กท้อและดอกลูกแพรเบ่งบานราวกับฤดูใบไม้ผลิกำลังจะกลับมา
ซูมู่หยุนสวมเกราะ ถือดาบปลายแหลมไว้ในมือด้วยใบหน้าบึ้งตึง มองไปยังต้นลูกแพรในสวนและพูดพึมพำ “ฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามา หิมะบนถนนสายเก่าแห่งเมืองอวิ้นจงคงใกล้ละลายแล้วใช่หรือไม่?”
ซูอวี่กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ท่านพ่อ…ท่านจะรออีกนานเท่าไรเจ้าคะ? หากยังคงรีรอเช่นนี้…ข้าเกรงว่าภูเขาหลงหยานจะถูกโจมตีและฉินอินทายาทคนสุดท้ายอาจตายนะเจ้าคะ”
ซูมู่หยุนยิ้มจางๆ “อย่าห่วงเลย ภูเขาหลงหยานไม่แตกพ่ายง่ายดายเช่นนั้นหรอก เสี่ยวอินแข็งแกร่งยิ่งกว่าพ่อของนางเสียอีก…”
ซูอวี่ไม่ตอบ “ท่านพ่อปฏิเสธที่จะส่งกองทัพไปช่วยจนทำให้เมืองหลันเยี่ยนต้องล่มสลาย ทหารอวี้หลินล้มตายมากมาย เสี่ยวอินเองก็ต้องหนีตายแม่จะรอดไปได้อย่างหวุดหวิด ท่านพ่อเป็นคนไร้หัวใจ!”
“ไร้หัวใจหรือ?”
ซูมู่หยุนเงยหน้ามองท้องฟ้า “เหตุใดสวรรค์ต้องทำกับข้าเช่นนี้ด้วย? ซูมู่หยุนผู้นี้มีลูกชายเพียงคนเดียวซ้ำยังถูกวางแผนลอบฆ่าโดยลูกเขยอีก อาอวี่…การที่เซี่ยงอวี้สังหารซูฉินนั้น เจ้าไม่คิดหรือว่ามันถูกเตรียมการไว้แล้ว? หากการที่เมืองหลันเยี่ยนต้องตกอยู่ในความลำบากเช่นทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะฝีมือของฉินจิ้นเองทั้งนั้น”
“ท่านพ่อ…”
ซูอวี่กุมมือซูมู่หยุน “ข้าเพียงอยากรู้ว่าเมื่อไรเราจะออกไปช่วยเสี่ยวอินกันเสียที?”