ไม่ขอรับท่านผู้บัญชาการ?”
“ไม่ต้อง” หลินมู่อวี่ส่ายหัว “ทหารอาสาพวกนี้ไม่คู่ควรให้เปลืองแรง สิ่งที่เราต้องทำคือกลับไปเมืองหลันเยี่ยนให้ไวที่สุด”
“ขอรับ!”
กองทหารมังกรผงาดนำโดยหลินมู่อวี่และหลัวอวี่หันหัวขบวนมุ่งตรงไปเมืองหลันเยี่ยน เสียงฝีเท้าของกองทัพม้าสนั่นไปทั้งแผ่นดินราวกับพวกเขาเป็นความหวังเดียวของเมืองหลวง
ขณะเดียวกันหลินมู่อวี่หารู้ไม่ว่าเมืองหลันเยี่ยนได้เข้าสู่วิกฤตเรียบร้อยแล้ว
“ตูม!”
กำแพงเมืองยาวกว่ายี่สิบเมตรพังทลายลง จางเหว่ยตกตะลึงเมื่อเห็นเหล่าทหารกองทัพองครักษ์ร่วงลงไปและถูกซากหินทับเป็นเศษเนื้อ มือหนากระชับดาบสั่นด้วยความโกรธ “เร่งซ่อมกำแพงเมืองทันที! พลธนูระดมยิงอย่าได้หยุด มิเช่นนั้นพวกอี้เหอต้องบุกเข้ามาเป็นแน่!”
“ขอรับ!”
“ป้องกันประตูเมืองไว้ให้ได้! พลโล่ตั้งแถวเป็นกำแพง!”
“ขอรับ!”
หนึ่งในผู้บัญชาการกองทัพองครักษ์มองจางเหว่ยด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “ท่านแม่ทัพจาง กองทัพองครักษ์ของเราเสียกำลังพลไปมากแล้ว เราไม่มีคนมากพอจะสร้างเป็นกำแพงโล่ป้องกันประตูเมืองได้ขอรับ”
“ข้าไม่สน!” จางเหว่ยตะคอก “แม้ต้องเกณฑ์หญิงโสเภณีจากในเมืองมาก็ต้องสร้างกำแพงโล่หนึ่งร้อยชั้นป้องกันประตูไว้ให้ได้! แล้วส่งคนไปตำหนักเจ๋อเทียนเพื่อขอกำลังเสริมจากฉินเหลยมาช่วยที่ประตูเมืองฝั่งเหนือ มิเช่นนั้นเราคงสู้การโจมตีอันบ้าคลั่งของพวกสวะนี้ไม่ได้…”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!”
บนถนนทงเทียนเต็มไปด้วยประชาชน รา