วกับรู้ว่าวันแห่งการล่มสลายได้มาถึงแล้ว ทุกคนต่างขนสัมภาระเตรียมอพยพออกจากเมืองทันทีที่ประตูพัง เพราะการอยู่รอความตายเฉยๆ นั้นจะทำให้บรรดาทหารทำหน้าที่ได้ลำบากขึ้น ทันใดนั้นกองทัพประดับธงจื่อยินสีม่วงทองก็แหวกฝูงชนมา
“หลีกทาง!”
เสียงคำรามลั่นราวอสุนีบาตลงกลางฝูงชนเป็นของฉินเหลย ผู้บัญชาการทหารองครักษ์อวี้หลินสวมเกราะสีทองปรากฏตัวพร้อมกับดาบอัสนีทลาย เดินนำทัพหน่วยองครักษ์มังกรและหน่วยองครักษ์พยัคฆ์มุ่งสู่สนามรบ โดยมีฉินอินที่สวมมงกุฎกษัตริย์เดินอยู่ตรงกลางเพื่อไปป้องกันเมืองด้วยตนเอง
จางเหว่ยกระโดดลงมาจากกำแพงเพื่อถวายบังคม “องค์หญิงมิจำเป็นเสด็จมาด้วยตนเองเลยพ่ะย่ะค่ะ…ที่นี่อันตรายเกินไป เนื่องด้วยศัตรูจากกองทัพอี้เหอนั้นกระหน่ำโจมตีอย่างหนักทำให้ประตูเมืองทางเหนือกำลังจะทนไม่ไหวและพังทลายในอีกไม่ช้า”
“ไม่ อย่าได้ยอมแพ้!”
ฉินอินชักกระบี่จื่อยินพลางตะโกนลั่น “เมืองของเราต้องไม่แพ้!”
เพราะการปรากฏตัวขององค์หญิงส่งเสริมแรงใจให้ทหารอย่างมาก ทุกคนต่างโห่ร้องกรูไปยังกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว “ส่งดาบมา ข้าจะสู้เพื่อจักรวรรดิ!”
กลุ่มทหารผู้บัญชาการและข้าราชบริพารด้านหลังฉินอินพากันกู่ร้อง “องค์หญิงโปรดระวังตัวเองด้วย พระองค์ทรงเป็นทายาทผู้สืบทอด…มิบังควรอยู่ในที่อันตรายเยี่ยงนี้ รีบกลับตำหนักกับขุนนางเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินอินไม่สนใจเสียงเตือนข้างหลังและขึ้นไปยังกำแพงเมือง เป็นเวลาเดียวกับที่บัน