่าผู้ติดตามรออยู่ด้านนอกด้วยท่าทีเศร้าสร้อย หากเมืองชีไห่และเมืองหยาดสายัณห์ไม่ส่งกองทัพมาช่วยเหลือภายในเร็ววันนี้ จักรวรรดิคงต้องล่มสลายเป็นแน่
ณ ด้านหลังของตำหนัก เครื่องครัวต่างๆ ที่ฉินจิ้นเคยใช้ถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ฉินอินจูงมือหลินมู่อวี่เดินผ่านห้องครัวไปยังห้องโถงที่มีหน้าต่างกับกระจกสีเงินใสสะท้อนแสงระยิบระยับ ฉินอินนั่งลงพลางหยิบหวีขึ้น “ท่านพี่อาอวี่ หวีผมให้เสี่ยวอินได้หรือไม่? เมื่อก่อนเสด็จพ่อชอบหวีผมให้ข้า”
หลินมู่อวี่หยิบหวีขึ้นอย่างหนักใจก่อนจะถอดมงกุฎเจ้าหญิงวางไว้ข้างๆ ผมยาวสลวยของฉินอินหลุดร่วงลงมา หลินมู่อวี่ค่อยๆ ลูบผมอย่างเบามือ พลางมองใบหน้าอันสวยงามของนางผ่านกระจกเงาไปด้วย ฉินอินช่างดูเป็นตัวของตัวเองในเวลานี้
ฉินอินมองเงาในกระจกเบื้องหน้าโดยไม่เอ่ยคำใด พลันน้ำตาใสหยดย้อยลงบนแก้ม
“อย่าร้องไห้ไป ทุกอย่างต้องเรียบร้อย” หลินมู่อวี่พึมพำ
ฉินอินเอื้อมคว้ามือหลินมู่อวี่มากุมไว้พลางร้องไห้ไปด้วย “ไม่ อาณาจักรนี้กำลังจะล่มสลายเหมือนชื่อของมัน อำนาจของจักรวรรดิกำลังจะสูญสิ้นและจะไม่มีจักรวรรดิฉินอีกต่อไป…”
หลินมู่อวี่ลูบหัวฉินอินเพื่อปลอบประโลม “เสี่ยวอินไม่ได้ร้องไห้…” ทว่าน้ำตากลับพรั่งพรูยิ่งเกิมเดิม นางหันไปกอดหลินมู่อวี่ตัวสั่นเทา “ข้าไม่ได้ต้องการจักรวรรดิ ข้าต้องการบ้านของข้า บ้านที่เสด็จพ่อจะกลับมา บ้านที่มีท่านพี่อยู่ข้างๆ เหตุใด…ข้าต้องแบกรับอะไรเช่นนี้