ปู่ของเจ้าเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“หึ! ท่านปู่สอง ท่านเองก็เป็นคนใจร้ายที่เห็นแก่ได้และกลัวตายเช่นกัน”
ถังเสี่ยซีหัวเราะพลางร้องไห้ “เมืองหลวงของจักรวรรดิกำลังถูกปิดล้อม กองทัพจักรวรรดิและค่ายเขาเหินก็กำลังสู้กันจนตัวตายด้วยกองกำลังเพียงไม่กี่หมื่น ทั้งที่เมืองชีไห่ของเรากองทัพกว่าสองแสน ทว่ากลับหดหัวอยู่แต่ในเมือง ฮ่าๆๆ เมืองชีไห่ยังคงเป็นของจักรวรรดิอยู่หรือไม่? หากท่านไม่ไปก็ปล่อยถังเสี่ยวซีผู้นี้ไป!”
ถังหลานตะคอก “เสี่ยวซี เจ้าเสียสติไปแล้ว!”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็โหมกระหน่ำพุ่งขึ้นท้องฟ้าจากในห้อง! ถังเสี่ยวซีกัดฟันสีเงินของนางพร้อมกับหางเพลิงทั้งเก้าที่กวัดแกว่งไปมาอยู่เบื้องหลัง “ท่านกักขังข้าไม่ได้”
“ตูม!”
ผนึกวิญญาณพวยพุ่งทะลุหลังคาสู่ท้องฟ้า ถังเสี่ยวซียืนขึ้นอย่างสง่างามบนเศษกระเบื้องราวกับจิ้งจอกน้อยก่อนจะกระโดดหายไปจากสายตาของถังหลาน
…
“บัดซบ…นางเด็กไม่รักดี!”
ถังหลานกัดฟัน “ส่งคนไปตามหานางและพาตัวกลับมาเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!”
ชายชรากล่าว “แต่ท่านพ่อ…ขุนนางแห่งจักรวรรดิอี้เหอกำลังรออยู่ที่ห้องรับแขก ข้าควรทำอย่างไร?”
ถังหลานตอบ “ปล่อยไป ให้มันกลับส่งข่าวให้ฉินอี้รู้ว่าเมืองชีไห่จะทำศึกกับจักรวรรดิอี้เหอ บอกฉินอี้ให้ล้างคอรอไว้…รอคมดาบจากเมืองชีไห่! อีกอย่าง…เจอคนคนนั้นหรือยัง?”
“เจอแล้ว ตอนนี้อยู่ในบ้านพักในเมือง”
“เก็บเป็นความลับไว้ก่อน ดูแลเขาให้ดีอย่าได้ละเลย เขาเป็นคนที่มีพ