ท่านอาจารย์หลัวซิ่งแล้วขอรับ”
หลัวซิ่งพ่นลมออกจากจมูกอย่างเย็นชาและไม่พูดสิ่งใดอีก
ฉินอินเอ่ยถามต่อ “มีข่าวจากเมืองชีไห่หรือไม่? นี่ผ่านไปกี่วันแล้ว เสี่ยวซีควรจะถึงเมืองชีไห่แล้วใช่ไหม? เหตุใด…ยังไม่มีข่าวคราวเลย”
ตู้ไห่ประสานมือและกล่าวว่า “องค์หญิงอิน เนื่องจากอวี่เหวินเซี่ยประเมินศัตรูต่ำเกินไป ทำให้กองทัพเมืองชีไห่สูญเสียทหารกว่าหกหมื่นนายในสงคราม ณ เมืองอสูร และมีทหารบาดเจ็บสาหัสมากมาย บางทีอาจเป็นเหตุให้หลานกงไม่พอใจและไม่ต้องการส่งกองกำลังมา? กระหม่อมคิดว่าองค์หญิงอินควรเขียนสาส์นใหม่อีกครั้งเพื่อชี้แจงสถานการณ์วิกฤตของเมืองหลันเยี่ยนในปัจจุบัน กระหม่อมเชื่อว่าหลานกงจะส่งกองกำลังมาอย่างแน่นอน”
ฉินอินพยักหน้า “อืม นั่นเป็นความคิดที่ดี”
ขณะเดียวกันนายพลวัยกลางคนรีบเข้ามาในห้องโถงและประสานหมัดรายงาน “องค์หญิงอินสถานการณ์ไม่ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ เกิดหลุมขนาดใหญ่ทำลายกำแพงทางทิศตะวันออก และกองทัพจักรวรรดิอี้เหอบุกเข้ามาโจมตีพร้อมสังหารผู้คนด้านใน!”
“อะไรนะ!?”
ฉินอินลุกขึ้นยืนและถาม “ถูกฆ่ากี่คนแล้ว?”
“ประมาณสองพันคน และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พ่ะย่ะค่ะ ทว่าทหารกองทัพองครักษณ์พยายามสกัดพวกมันไว้”
“อืม…”
ฉินอินโบกมือและกล่าวว่า “ส่งกองกำลังเสริมออกไป และให้แน่ใจว่าขับไล่ทหารอาสาออกจากเมืองหลันเยี่ยนทั้งหมด จากนั้นซ่อมกำแพงเมืองให้เสร็จภายในหนึ่งวัน มิเช่นนั้นห้ามกลับมา”
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง!”