รีบควบม้าไปด้านหน้าพร้อมดาบ ทันใดนั้น! แสงใบดาบส่องสว่างกระแทกปลายหอกหลายเล่ม เขาขี่ม้าเหวี่ยงดาบทะลวงกองทัพอย่างรวดเร็ว ด้านหลังฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนมีกองทหารเขาเหินพุ่งตัวตามมาและหยุดไม่ทัน พวกเขาถูกหอกแทงอย่างรวดเร็วพร้อมส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดังทั่วบริเวณ
หลินมู่อวี่ชักกระบี่และควบม้าเคียงข้างฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน กระบี่วิญญาณมังกรตัดผ่านเหล็กง่ายดายราวกับตัดโคลน ทันใดนั้น! หลินมู่อวี่ก็ยกมือขึ้นพร้อมพลังเจ็ดประทีปเอ่อล้นออกมา…หนึ่งประทีปพิฆาตชีวัน!
พลังหนึ่งประทีปโหมกระแทกกองทหารอย่างรุนแรง! ทหารเกือบยี่สิบนายเลือดท่วมกายภายในพริบตา ด้วยพลังมหาศาลทำให้พวกเขาเลือดออกและบาดเจ็บสาหัสปางตาย
ขณะเดียวกันมีเพียงคำเดียวที่ปรากฏขึ้นภายในใจหลินมู่อวี่ ‘ต้องฆ่า’ ความเมตตาและความชอบธรรมทั้งหมดหายไปจนสิ้น การมีน้ำใจต่อศัตรูยามนี้ไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายตัวเอง หลินมู่อวี่เข้าใจความจริงนี้ดี อีกทั้งเหล่าทหารอาสาส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดี พวกเขาเป็นกองทหารส่วนตัวของราชาเจิ้นหนานฉินอี้ มิใช่ทหารแห่งจักรวรรดิผู้ต่อสู้เพื่อแผ่นดิน
เมื่อเทียบกันแล้ว ทหารค่ายเขาเหินนั้นมีคุณธรรมกว่ามาก พวกเขายินดีปกป้องเมืองหลวงจากการรุกรานของศัตรูอย่างเต็มที่!
…
“อาอวี่!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนหันมองหลินมู่อวี่และกล่าวว่า “ออมแรงไว้เถิด อย่าใช้วิญญาณยุทธ์และปราณ นี่คือสงคราม ข้าไม่รู้ว่าการต่อสู้จะดำเนินยาวนานเพียงใด เจ้าต้องรักษาความแข็งแก