แล้วจากนี้…ข้าจะดูแลท่านพี่ฉู่เหยาให้เอง”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนยิ้ม “ไอ้เด็กชั่ว เจ้าคิดว่าพวกข้าจะไม่กลับมาแล้วรึ?”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ข้าก็แค่เป็นห่วง”
“ไม่ต้องห่วง เราต้องรอดกลับมาให้ได้เพื่อไม่ให้อาเหยากังวล ตอนนี้นางเข้าร่วมกับสมาพันธ์โอสถช่วยรักษาคนเจ็บอยู่”
“เยี่ยมเลย”
ไม่นานนักเสียงสู้รบก็ดังขึ้นนอกเมืองหลันเยี่ยนฝั่งตะวันออก แสดงว่าเฟิงจี้สิงและกองทัพองครักษ์เข้าปะทะกับทหารอาสาแล้ว ทหารอาสาจากทั่วทุกทิศเข้ามารุมล้อมทันทีราวกับต้องการฉีกทหารองครักษ์ทั้งหมื่นนายให้เป็นชิ้น
เสียงม้าวิ่งสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ราวกับการสู้รบที่เมืองหลันเยี่ยนสั่นคลอนทั้งโลก
หลินมู่อวี่กระชับกระบี่วิญญาณมังกร เจี๋ยดี่ที่ขี่อยู่ส่งเสียงร้องวิ่งเร็วราวกับรถบีเอ็มบลิวพาเจ้านายของมันมุ่งสู่สนามรบเคียงข้างฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ค่ายทหารอาสาปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ไกลออกไป พลทหารถือโล่เมื่อเห็นกองทัพหลินมู่อวี่ก็ตะโกนขึ้น “สุนัขรับใช้จักรวรรดิมา พร้อมรบ”
“บุกได้!”
หลินมู่อวี่ควบม้าไปอย่างรวดเร็วพลางเรียกกำแพงน้ำเต้าออกมาป้องกันการโจมตีให้กองทัพค่ายเขาเหินด้านหลัง กองทัพตั้งขบวนเรียงแถวเข้าไป “เคร้ง…เคร้ง!” หอกยาวถูกขว้างโดยทหารอาสา กองทัพแนวหน้าของทั้งคู่เข้าปะทะกัน ท่ามกลางควันโขมงบดบังท้องฟ้า หลินมู่อวี่ควบม้าเข้าไปพร้อมกับตวัดกระบี่แสงจนทหารอาสาเบื้องหน้าถูกฟันแหลกเป็นชิ้น
เลือดสดสาดกระเซ็นขึ้นกลางอากาศ เสีย