ช่นนั้นก็รอดูการสังหารหมู่ได้เลย…”
จื่อเย่าควบม้าเดินกลับไป ปล่อยให้เหล่าแม่ทัพบนกำแพงตกตะลึงไปตามกัน
จางเหว่ยกัดฟัน “ข้าไปเป็นสัตว์เลี้ยงของจักรวรรดิตั้งแต่เมื่อไร?”
หลัวเลี่ยเอ่ยถาม “ผู้บัญชาการ เราจะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ?”
“จะทำอะไรเสียอีกล่ะ?”
เฟิงจี้สิงยิ้มมุมปาก “ทุกคนจงเตรียมพร้อมรับศึกในวันพรุ่งนี้ ทันทีที่รุ่งสางการรบจะเริ่มขึ้น”
“ขอรับ…”
ดูเหมือนฝ่ายศัตรูจะไม่ยอมให้แนวป้องกันเมืองหลันเยี่ยนได้พักผ่อน ด้วยเสียงโห่ร้องของทหารอาสาที่โบกธงไปมาและกลองรบที่รัวลั่นตลอดทั้งคืน
…
กระทั่งรุ่งสาง แสงอาทิตย์สีแดงเดือดทะลุผ่านเมฆหนาสะท้อนกับกำแพงเมืองหลันเยี่ยน หลินมู่อวี่ลืมตาด้วยความสิ้นหวัง “สงครามเริ่มแล้ว…”
“ตู้ม…”
ทันใดนั้นก็มีเสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นที่กำแพงจากการโดนลูกหินพุ่งเข้าชน ผนังหนาราวสามเมตรสั่นไหว แม้กำแพงเมืองหลันเยี่ยนจะหนา ทว่าหากถูกโจมตีเช่นนี้ต่อไปคงทนได้ไม่นาน
“ปัง…ปัง…ปัง…”
เสียงกลองรัวลั่นไม่หยุดยั้ง มีรถบันไดนับพันเต็มสนามรบพร้อมทหารถือโล่หนักคอยคุ้มกันอยู่มุ่งตรงไปยังเมืองหลันเยี่ยนอย่างช้าๆ จักรวรรดิไม่ได้เผชิญสถานการณ์เช่นนี้มานานแล้ว กองทัพองครักษ์และกองทัพเขาเหินเตรียมพร้อมรบด้วยขบวนทัพขนาดมหึมา กลุ่มศัตรูเบื้องล่างกำแพงจะไปเอาชนะเหล่าทหารกล้าได้อย่างไร?
หลงเซียนหลินในชุดเกราะเงินยืนอยู่ใต้กำแพงเมืองพร้อมกับหอกในมือ “ล้อมเข้ามา…ใครก็ตามที่สามารถปีนถึงด้าน