ิงกระชับดาบในมือพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “โอ้ แม่ทัพจื่อเย่าเองหรือ?”
“เจ้าเองรึ…เฟิงจี้สิง?”
จื่อเย่าเงยหน้ามองบนกำแพงเมือง “ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงได้เห็นแล้วว่ากองทัพเทียนฉงและหลงฉวนถูกกำจัดสิ้น รวมไปถึงมณฑลดารา มณฑลชางหนาน มณฑลหลิงตง และมณฑลเทียนชู่ต่างก็ถูกพวกข้าพิชิตหมดแล้ว แปดมณฑลจากสิบสองอยู่ในกำมือพวกข้า รู้เช่นนี้แล้วยังจะรออะไรอยู่เล่า? เปิดประตูเมืองและให้เหล่าทหารของข้าเข้าไปเสีย จื่อเย่าผู้นี้จะเข้าไปยืนแทนที่พวกเจ้าเอง ว่าอย่างไรเหล่าแม่ทัพแห่งจักรวรรดิ?”
เฟิงจี้สิงหัวเราะลั่น “ในบรรดาแม่ทัพแห่งจักรวรรดิทั้งเจ็ด ข้าอยู่อันดับสามส่วนเจ้าอยู่อันดับหก จากทั้งหลิงหนานหานายพลได้กระจอกเท่านี้เองหรือ? ฮ่าๆๆ จื่อเย่า หากเจ้าอยากทำศึกก็เชิญบุกเข้ามาได้เลย เฟิงจี้สิงผู้นี้กำลังรอเศษสวะอย่างพวกเจ้าอยู่เลยล่ะ…”
“ช่างดื้อด้านเสียจริง”
จื่อเย่ากระแอมพลางชักดาบชี้ขึ้นไปบนกำแพงเมือง “ข้าขอประกาศว่า…หากเมืองหลันเยี่ยนยังยืนกรานต่อต้าน จื่อเย่าผู้นี้จะทำการบุกเมืองและสังหารพวกขี้ข้าจักรวรรดิเสียให้สิ้น…สัตว์เลี้ยงอย่างพวกเจ้าจงฟังข้าให้ดี อาณาจักรนี้จะตำทำตามบัญชาสวรรค์และเอาชนะใจประชาชนด้วยความเที่ยงธรรมโดยการโค่นล้มระบอบกษัตริย์เสีย หากพวกเจ้ายังดื้อด้าน สิ่งเดียวที่จะได้รับคือจุดจบอันน่าสมเพช ก่อนรุ่งสางเช้าวันถัดไป จงเปิดประตูเมืองและยกเมืองให้พวกข้าเสีย แล้วข้าจะไม่กล่าวโทษ หรือมิเ