ลูกธนูมหาศาลทำให้เมืองหลันเยี่ยนต้านการรุกรานได้นานพอ
ทันใดนั้น บันไดหลังหนึ่งก็เข้าประชิดกำแพงเมืองจนได้ ทหารอาสาต่างจับดาบกรูขึ้นกำแพงอย่างรวดเร็ว
หลินมู่อวี่ชักกระบี่ยาวออกมา คมกระบี่สะท้อนแสงเจิดจ้าฟาดฟันแขนบรรดาทหารกล้าที่ปีนมาถึง ส่วนทหารคนอื่นๆ ก็ถูกพลธนูยิงจนกลายเป็นเม่น มีคนอีกมากมายที่คอยคุ้มกันกำแพงอยู่และอยากใช้กำลังเข้าสู้ เมืองนี้จึงต้องเข้าสู่สมรภูมิเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังการกระหน่ำโจมตีได้สองชั่วโมง ดูเหมือนทหารอาสาจะรู้แล้วว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความหมายเพราะไม่สามารถเจาะผ่านกำแพงเมืองได้ กระทั่งเสียงแตรดังขึ้นจึงถอยทัพกลับอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นน้ำ
ทหารฝั่งหลันเยี่ยนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก จางเหว่ยถือดาบเปื้อนเลือดพลางหัวเราะอย่างสะใจใส่ทหารอาสาด้านล่าง “ข้าก็นึกว่าพวกเจ้าจะเป็นทหารฝีมือดียิ่งกว่านี้เสียอีก สุดท้ายก็แค่พวกสุนัขปลายแถว! หลงเซียนหลิน…เจ้าคงต้องวางแผนบุกเมืองใหม่แล้วล่ะ ข้าจะรอพวกเจ้าเอง…”
เว่ยโฉวและคนอื่นๆ ต่างก็หัวเราะเย้ยหยันไปตามกัน แม้ลูกธนูที่เตรียมไว้จะถูกใช้ไปหมดแล้ว ทว่าไม่เป็นปัญหาเพราะกองทัพองครักษ์เริ่มรวมกำลังพลเพิ่มแล้ว
หลงเซียนหลินที่อยู่ล่างกำแพง มองขึ้นไปด้วยสายตาแข็งกร้าว เขาไม่โต้ตอบอันใดนอกจากควบม้ากลับไปทันที
…
ไม่นานเวลาก็ล่วงเลยมาจนบ่าย เหล่าทหารที่คอยป้องกันเมืองต่างก็นั่งพักผ่อนกันอย่างอ่อนล้าตรงบริเวณทางเดิน สายลมร้อ