นพัดผ่านมาจากทางใต้ ขณะที่เว่ยโฉว เซี่ยโหวซางและทหารกลุ่มหนึ่งกำลังขำขันกันอยู่ “หากข้าป้องกันเมืองได้สำเร็จ ข้าจะหาเมียให้เจ้า”
เว่ยโฉวหน้าแดง “อย่ามาหลอกข้าเล่น…”
เซี่ยโหวซางยิ้ม “คนเดียวพอหรือไม่? หรืออยากได้สักสามคน ไม่สิ…ห้าไปเลย”
“มีชีวิตรอดไปรบได้ก่อนเถิด ฮ่าๆๆ”
ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งชี้ขึ้นไปบนฟ้า “นั่นมันอะไร?”
ทุกคนหันมองตามก่อนจะพบว่ามันคือเศษกระดาษปลิวว่อนอยู่กลางอากาศ ลอยลิ่วสู่เมืองหลันเยี่ยนตามแรงลม หลินมู่อวี่มองออกว่ามันคือว่าวจึงรีบสั่งการ “สอยว่าวนั่นลงมาเสีย!”
“ขอรับ!”
ทหารอวี้หลินคนหนึ่งวิ่งไปตามกำแพงเมืองก่อนจะสอยว่าวกระดาษที่มาข้อความเขียนติดด้านหลังลงมา หลินมู่อวี่รีบเข้าไปดูก่อนจะพบว่าตัวอักษรที่เขียนอยู่นั้นช่างเป็นลายมือที่หาได้ยากและน่าสะเทือนใจยิ่งนัก
ราชาเจิ้นหนานได้นำกองกำลังหลายล้านนายมุ่งหน้าไปทางเหนือ สาบานว่าจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์และสถาปนาเป็นประเทศแห่งความเที่ยงธรรม สงบสุขและเท่าเทียม ที่ใดก็ตามที่ทหารผู้ชอบธรรมผ่านไป เหล่าขุนนางจะถูกลงโทษ แต่ละครัวเรือนจะได้รับการแบ่งเขตอย่างเท่าเทียมกันตามจำนวนประชากร อีกทั้งได้รับการลดหย่อนและยกเว้นภาษีสามปี เมืองหลันเยี่ยนอันเป็นเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิ ขอประชาชนในเมืองจงเลิกต่อต้านและยอมยกเมืองให้เสีย เพื่อประชาชนและประเทศชาติ หากยังคงต่อต้านแบบไม่ลืมหูลืมตา เมื่อใดที่เมืองแตกพ่าย…ทุกผู้ที่อยู่ในเมืองไม่ว่าจ