เทียนชงจากเมืองหน้าด่านชีไห่กำลังจะกลับมาแล้ว”
จางเหว่ยพยักหน้า “อาจราวหนึ่งชั่วโมงขอรับ”
“อืม ดีมาก!”
…
ไม่นานเสียงเกือกม้าก็ดังก้องภายใต้สายหมอก นายพลระดับผู้บัญชาการมาถึงเมืองพร้อมดาบยาวในมือ เขาคือแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิ…ตู้ไห่ ด้านหลังมีทหารราบถือโล่เคลื่อนทัพมาอย่างหนาแน่น พวกเขาทั้งหมดคือกองทัพเทียนฉง อีกทั้งยังลำเลียงเมล็ดพืชและหญ้ามาอีกมากมาย
“เปิดประตู” ตู้ไห่กล่าวเสียงดัง
เฟิงจี้สิงยืนอยู่บนกำแพงเมืองกล่าวเสียงดัง “แม่ทัพตู้ไห่นำทหารกลับมาทั้งหมดกี่นายขอรับ?”
ตู้ไห่เงยหน้ามองและยิ้ม “เป็นท่านแม่ทัพเฟิงจี้สิงเองหรือ กองทัพเทียนฉงมิได้แกร่งกล้าเช่นเดิมแล้ว เนื่องจากสงครามในเมืองหน้าด่านอสูร เราเสียทหารไปเกือบหมื่นนาย และพระองค์ทรงนำไปด้วยห้าหมื่นนาย จึงมีทหารราบและพลธนูเหลือเพียงสามหมื่นนายเท่านั้น”
เฟิงจี้สิงพยักหน้า “อืม สามหมื่นนายก็เพียงพอ ทหารเขาเหินเฝ้าประตูทิศใต้ กองทัพจักรวรรดิเฝ้าประตูทางเหนือและตะวันออก ส่วนกองทัพเทียนฉงเฝ้าประตูทิศตะวันตก ท่านแม่ทัพคิดว่าอย่างไร?”
“ขอบคุณ ข้าจะพาพี่น้องไปยังประตูทิศตะวันตก”
“ขอรับ”
ตู้ไห่เป็นคนจิตใจดี แม้ว่าตำแหน่งทางทหารจะสูงกว่าเฟิงจี้สิง ทว่าเขาก็รับฟังคำสั่งของเฟิงจี้สิงอย่างดี ตู้ไห่เป็นแม่ทัพที่ยอดเยี่ยมมาก ขณะที่กองทัพทหารอาสากำลังเคลื่อนทัพมาอย่างดุเดือด ภายในจักรวรรดิก็มีนายพลมากมายที่ลาออกและยอมจำนน ดังนั้นการที