ภายในใจของเขาช่างสับสน ครานี้เขาจะต้องสูญเสียมากมายเพียงใด…
…
เมื่อกลับไปยังโถงหลัก ก็พบเหล่าข้าราชบริพารกำลังโต้เถียงกันว่าจะส่งทหารออกไปหรืออยู่ภายในเมืองหลันเยี่ยน
ชางชู่และคนจากกระทรวงกลาโหมโต้เถียงกันจนหน้าแดง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ ขณะนี้หลัวซิ่ง ชางชู่ และหลิวฟางถูกผู้คนรุมล้อมเนื่องจากหาข้อตกลงกันไม่ได้ ราวกับทุกคนกำลังรอข้อสรุปในเรื่องที่ร้อยปีจะมีสักครั้งเช่นนี้
แม่ทัพอย่างเฟิงจี้สิง ฉินเหลย ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน และจางเหว่ยยืนอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและไม่ได้พูดสิ่งใด
ขณะที่เหล่าเสนาบดีทหารผ่านศึกอย่างชวีฉู่ เหล่ยหง ฉินห่าวผู้เป็นคณบดีวิทยาลัยเทพสงคราม และคนอื่นๆ ยืนนิ่งเงียบรอฟังฉินอิน ในเวลานี้ทุกคนต่างรู้สึกกระวนกระวายใจและสับสน
“โปรดเงียบ”
ฉินอินตบลงบนที่เท้าแขนของบัลลังก์แผ่วเบาและกล่าวว่า “ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้ายว่าจะเคลื่อนทัพออกไปหรือเฝ้าระวังอยู่ในเมืองหลันเยี่ยน?”
หลิวฟางพร้อมชางชู่จากกระทรวงกลาโหมรีบประสานหมัดทันที “องค์หญิงอิน กระหม่อมคิดว่าเราควรอยู่ในเมืองหลันเยี่ยน กองทัพกำลังเคลื่อนพลมาอย่างบ้าคลั่ง และเป็นที่รู้จักกันดีในนามกองทหารอาสา เมื่อเวลาผ่านไปพวกมันจะยึดที่ดินของเหล่าข้าราชบริพารในท้องถิ่นและแบ่งปันดินแดนให้กับไพร่พลโดยใช้ระบบความเท่าเทียมกัน ดังนั้นคนเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แม้แต่ผู้ส่งสารก็รายงานมาว่าผู้คนในมณฑลชางหนานต่างเริ่มเฉล