ี”
“ขอรับท่านผู้บัญชาการ!” ฉีตู้เหว่ยรับคำสั่งและออกไปทันที
ใต้แสงไฟจากตะเกียง ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนขมวดคิ้วและมองไปยังบรรดาทหารอีกครั้ง “ยังไม่มีจดหมายตอบรับจากมณฑลชีไห่และอวิ้นจงอีกหรือ? หลานกงกับหยุนกงตกลงส่งกองทัพช่วยเหลือเมืองหลวงหรือไม่?”
หัวหน้าทหารม้าก้าวออกมา “ท่านหยุนกงส่งหนังสือมาแจ้งว่ากำลังเตรียมเสบียงม้าและม้าศึกอยู่ ทหารม้าสามหมื่นนายจะถูกส่งมาปกป้ององค์หญิงเร็วๆ นี้ ส่วนท่านหลานกงยังไม่มีการตอบกลับใด อาจเป็นเพราะท่านยังขุ่นเคืองเรื่องที่ถังปินถูกแม่ทัพหลวงหลินมู่อวี่สังหารอยู่กระมังขอรับ!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนทุบกำปั้นลงกับโต๊ะ “ถังหลาน…อย่าลืมสิว่าเสี่ยวซียังอยู่ที่เมืองหลันเยี่ยน ต่อให้มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเสี่ยวซีก็ไม่สำคัญอย่างนั้นหรือ?”
ฉีตู้เหว่ยกล่าว “ท่านผู้บัญชาการ เรื่องการสอดแนม…ท่านต้องการแจ้งให้ท่านเฟิงจี้สิงทราบหรือไม่?”
“อืม”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพยักหน้า “พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปพบเขาที่กององครักษ์เอง ตอนนี้การอารักขาเมืองหลวงหละหลวมยิ่ง มีเพียงทหารห้าหมื่นนายเท่านั้น หากมีเรื่องใดเกิดขึ้น จำนวนคนเพียงเท่านี้คงป้องกันทั้งเมืองไม่ได้!”
ทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้น “ท่านผู้บัญชาการไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับ ทั้งแผ่นดินนี้ล้วนเป้นอาณาเขตของจักรวรรดิ อีกทั้งราชาเจิ้นหนานและจักรพรรดิของเราก็กำลังเพลิดเพลินอยู่ที่ทะเลสาบภูต สองผู้นำอำนาจทางทหารเหนือใต้อยู่ด้วยกัน จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นได้อีกขอร