ับ?”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนมองหน้านายทหาร “หลินมู่อวี่ เจ้าเคยเจอเขาหรือไม่?”
“ไม่ขอรับ”
“เช่นนั้นเจ้าจงรู้ไว้ ว่าการทำนายของอาอวี่มักเกิดขึ้นจริงอย่างคาดไม่ถึง ข้าจะไปค่ายกององครักษ์…นำทหารห้าร้อยนายตามข้าไปด้วย”
“ขอรับ!”
…
ใต้แสงตะเกียงสีเหลือง ณ ค่ายกององครักษ์ เฟิงจี้สิงที่อยู่ในชุดพร้อมนอน กำลังตั้งใจอ่านตำราสัตตะพิชัยยุทธ์ของเซี่ยงเหวินเทียนพลางจามไปด้วยจนหน้าซีด
“ท่านผู้บัญชาการกองทัพเขาเหินฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนมาขอเข้าพบขอรับ” ทหารยามด้านนอกตะโกนแจ้ง
“ให้เข้ามาและเตรียมชาให้เขาด้วย”
“ขอรับ!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนกับแม่ทัพสองคนตกตะลึงเมื่อเข้าไปในกระโจม “เฟิงจี้สิง…ไม่สบายหรือ?”
“ข้าอากาศเย็นจนข้าเป็นหวัดนิดหน่อย”
เฟิงจี้สิงยิ้มจางๆ “ข้าจะใช้พลังปราณขับไล่พิษไข้ออกจากร่าง…”
“เจ้าจะมีหน่วยพยาบาลไปทำไมหากเจ้ารักษาตัวเองได้?” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนนั่งลงก่อนจะผลักเตาไฟเข้าหาเฟิงจี้สิง “ทั้งที่ฝึกฝนอยู่ตลอดแต่ก็ยังป่วยได้ ช่างเป็นการฝึกที่หนักหน่วงเสียจริง”
“ฮ่าๆๆ ตาเฒ่าฉู่มหาข้าดึกดื่นเช่นนี้ คงไม่คิดจะชวนข้าไปดื่มหรอกใช่หรือไม่?”
“ไม่อยู่แล้ว”
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนกล่าว “ช่วงที่องค์จักรพรรดิเดินทางไปเทียนชู่และให้องค์หญิงรักษาการแทน…เจ้าไม่รู้สึกไม่สบายใจเลยหรือเฟิงจี้สิง?”
“รู้สึกสิ” เฟิงจี้สิงตอบอย่างจริงจัง “ราคาไวน์ดอกไม้ที่ร้านสูงขึ้นมาก ผู้หญิงในร้านก็น่าเกลียดกว่าเก่า ร้านค้าข้าวแห่งจักรวรรดิก็ยังคงขา