ยแต่ข้าวเหนียว แถมไอ้พวกหน่วยครัวเรือนยังติดหนี้ค้างชำระอีก เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ จนข้าเริ่มรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน”
“ไร้สาระ!ฎ ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนลุกขึ้นทันที “หากเจ้ายังไม่จริงจังข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”
เฟิงจี้สิงหัวเราะ “ได้ๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้ บอกข้ามาว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?”
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนกล่าว “เจ็ดวันมานี้ สมาพันธ์นกกระจอกเพลิงแห่งเมืองหลันเยี่ยนไม่ยอมรับแจ้งการปล้นที่เกิดขึ้นในภูเขาฉิน ซึ่งเหล่านักล่าที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาฉินรายงานมาว่าเหยื่อบนเขานั้นถูกล่าไปจนหมด ไม่มีใครแจ้งข่าวใดให้ทราบเลยราวกับถูกตัดหางปล่อยวัด อีกทั้งบ้านพักและโรงเตี๊ยมนอกเมืองหลันเยี่ยนในหลายหมู่บ้านถูกพักจนเต็ม และคนเหล่านั้นยังเข้ามาซื้ออาหารในเมืองหลันเยี่ยนอย่างมาก เป็นเรื่องที่ไม่ปกติยิ่ง!”
“นี่มัน…”
เฟิงจี้สิงมองฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนด้วยความสนใจ “มีใครบางคนกำลังกวนน้ำให้ขุ่นใช่หรือไม่?”
“ใช่ แต่ไม่ใช่คนเดียวมันมีกันหลายคน” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนกล่าวต่อ “ข้าส่งคนไปสอดแนม จากจำนวนที่กะได้มีสองแสนคนที่เข้ามายังเมืองหลันเยี่ยน…เป็นเรื่องที่ผิดวิสัยอย่างมาก”
“และหน่วยลาดตระเวนไม่พบความผิดปกติเลยใช่หรือไม่?”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เพราะข้าก็ส่งคนไปสอดแนมเช่นกัน!” เฟิงจี้สิงกล่าวต่อ “เจ้าคิดว่ามีเพียงเจ้าและอาอวี่ทำนั้นหรือที่วิตก? ลางสังหรณ์ข้าก็ชัดเจนไม่แพ้กัน ดูเหมือนพายุลูกใหญ่กำลังจะถล่มจักรวรรดิเราเสียแล้ว”
“มันเป็นใครก