ัน?” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนกำหมัด “แล้วเราจะไม่ทำสิ่งใดเลยหรือ?”
“ทำสิ”
เฟิงจี้สิงยิ้ม “พรุ่งนี้เช้าข้าจะเข้าเฝ้าองค์หญิงอินเพื่อให้นางออกประกาศ มณฑลหลิงเป่ยจะใช้กฎอัยการศึก พ่อค้าทั้งขาเข้าและออกจะต้องถูกตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน หากตรวจพบอาวุธจะต้องถูกจับ เจ้าว่าอย่างไร?”
“จักรวรรดิของเรานั้นมียอดฝีมืออยู่มาก ช่างน่าสนใจจริง…เจ้าคิดว่าพวกมันต้องมากันกี่คนจึงจะชนะเราได้?”
“ไม่มีทางอยู่แล้ว”
“ข้าเห็นด้วย…”
…
ขณะเดียวกัน ณ เมืองห้าหุบเขา
กลุ่มชุดคลุมสีดำเข้าไปยังจวนผู้ว่าตรงไปยังห้องโถงเข้าพบกับผู้ว่าการสี่กงฝานที่สวมชุดเกราะสีดำพร้อมกับแขวนดาบที่เอว ด้านหลังมีกลุ่มแม่ทัพคอยหนุนหลังอยู่ สี่กงฝานคำนับ “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งท่านแม่ทัพจื่อเย่า มาหาข้าดึกดื่นเช่นนี้มีธุระสำคัญอันใดหรือ?”
ผู้มาเยือนเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้าแสยะยิ้ม ชายใต้ผ้าคลุมคือจื่อเย่า เขาคำนับก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านผู้ว่าการสี่กงยังไม่รู้หรือว่าพายุลูกใหญ่กำลังมาเยือน?”
“โอ้?”
สี่กงฝานพูดเย้ยหยัน “ข้าไม่รู้ว่าพายุนั่นคืออะไร ใช่การล้มล้างจักรวรรดิฉินหรือไม่? อีกอย่าง…ท่านเป็นถึงแม่ทัพแห่งเมืองใหญ่หลิงหนาน ท่านมาเข้าพบข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งยังไม่มีพระกฤษฎีกาจากราชาของท่าน รู้หรือไม่ว่ามันผิดกฎหมาย?”
“ผิดกฎหรือ?”
จื่อเย่ายิ้มเยาะก่อนจะเอ่ยบางอย่าง “ท่านคงรู้อยู่แล้วว่ามีทหารหลิงหนานฝีมือดีสองแสนนายอยู่ในป่าทางใต้ รอคำสั่งจ