กคนจะต้องได้รับโทษโดยสองปราชญ์ที่อยู่ด้านหลังข้า! หากพวกเจ้าไม่อยากตายก็จงก้มหัวให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้าและครอบครัวของเจ้า!”
เหล่าแม่ทัพต่างวางอาวุธในมืออย่างไม่ละอาย นี่ไม่ใช่การกบฏโดยทั่วไป แต่มันคือการกบฏครั้งใหญ่ทั่วประเทศ!
…
รุ่งสาง บริเวณกำแพงทิศใต้ของเมืองห้าหุบเขา ทหารยามต่างหลับใหลด้วยความง่วง ทหารผ่านศึกนายหนึ่งกำลังนั่งสูบยาสูบอยู่ด้านล่างพลางกวาดสายตามองไปโดยรอบ “ไอ้พวกทหารขี้เซา กล้าหลับยามเช่นนี้ เอาแรงไปใช้กับนางโลมหมดแล้วหรือ?”
ท่ามกลางฝนโปรยปราย นายทหารผ่านศึกหยิบหมวกขึ้นมาสวมกันฝนเพื่อไม่ให้ยาสูบเปียก สายตาเลือนรางเพ่งมองโดยรอบ ทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับเห็นภาพลวงตา ป่าเขียวเบื้องหน้าเคลื่อนไหวอย่างช้า
เขาหรี่ตาเพ่งมองอย่างพินิจ ใช่! มันกำลังขยับ!
ทหารผ่านศึกรีบปลุกทหารที่อยู่ใกล้กัน “หลี่เอ๋อกั๋ว จางฉวนต่าน ลิ่วหมิน จ๋าวรี๋เทียน พวกเจ้ารีบตื่นเร็วเข้า หากยังไม่ตื่นข้าจะอัดพวกเจ้าให้เละ!”
ทหารทั้งหลายลุกขึ้นพลางบ่นพึมพำ “ตาแก่ทำอะไร? ปลุกพวกข้าขึ้นมาด้วยเหตุใด…”
นายทหารผ่านศึกชี้ไปยังเมืองด้วยแขนอันสั่นเทิ้ม “ดูนั่น ป่ามันขยับได้ใช่หรือไม่?”
ทหารหนุ่มทั้งหลายเพ่งมองตามนิ้วที่ชี้ไป พลันสั่นกลัวหน้าซีดเผือด “ไม่…ไม่ใช่ป่าที่ขยับอยู่ แต่เป็นคนสวมชุดสีเขียวกำลังตรงไปในเมือง!”
“บัดซบ ลั่นกลองรบ!
“ขอรับ!”
ทันใดนั้น ผู้บัญชาการถือหอกคนหนึ่งก็เดินมาด้วยสีหน้าสงบ “ไม่จำเป