ะอยู่หรือจะตาย ข้าจึงไม่มีความไม่สบายใจใดให้รู้สึก” ราชาปีศาจตอบอย่างใจเย็น อันที่จริงเขาไม่สนเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
หลินมู่อวี่สูดหายใจลึกพลางหันไปคุยกับองครักษ์ด้านหลัง “ไปเรียกลั่วเจี้ยนจากค่ายมังกรผงาดมาพบข้า”
“ขอรับ!”
ไม่นานลั่วเจี้ยนก็ควบม้ามายังวิหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อลงจากม้าเขาก็เอ่ยถามทันที “เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับท่านผู้บัญชาการ?”
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไร”
หลินมู่อวี่กล่าวต่อ “เจ้าจงไปกระจายข่าวสารที่ภูเขาหลงหยาน ให้กลุ่มมังกรผงาดเตรียมตัวพร้อมออกศึกตลอดเวลา อย่าละเลยการฝึกซ้อมและรอคำสั่งจากข้า”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่รู้สึกวางใจเล็กน้อย อย่างน้อยไม่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก็ยังมีทัพมังกรผงาดอยู่
…
ณ บริเวณเทือกเขาฉินไกลออกไปหลายไมล์
ช่วงปลายฝนก่อนฤดูใบไม้ผลิ มีฝนตกปรอยๆ มานานกว่าสามวันโดยไม่มีทีท่าจะหยุด
กลางดึก มีกลุ่มคนสวมชุดคลุมสีเขียวกำลังควบม้าที่คลุมตัวด้วยหญ้าเดินไปตามถนนบนเทือกเขา กระทั่งรุ่งสางแสงแดดจากทิศตะวันออกสาดส่องไปทั่ว ทันใดนั้นด้วยแสงสว่างจากพระอาทิตย์ก็ปรากฏให้เห็นถึงกลุ่มคนชุดเขียวถืออาวุธในมืออยู่เต็มภูเขาฉิน
………………………………….