หมากรุกจองจักรวรรดิเช่นนี้
เฟิงจี้สิงถอนหายใจพลางคำนับ “ข้าได้ติดต่อไปยังสำนักอัศวินหลายครั้งแล้วว่าต้องการทำสิ่งใดกับเสี่ยวซีกันแน่ เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างมากหากจะคิดว่าสำนักอัศวินในหลิงหนานไม่เชื่อฟังพระกฤษฎีกา ทั้งยังพบว่ามีการเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากมีผู้มีอำนาจระดับสูงในหลิงหนานคอยหนุนหลังอยู่”
“ผู้มีอำนาจระดับสูง…”
ฉินจิ้นกล่าวด้วยท่าทีสนใจ “อาเหลย”
ฉินเหลยประสานกำปั้นคำนับ “กระหม่อมพร้อมรับฟังพ่ะย่ะค่ะ”
“พรุ่งนี้เช้า ข้าจะให้พ่อเจ้ามาเมืองหลันเยี่ยน ข้าไม่ได้พบพี่น้องมานานแล้ว”
“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นเงยหน้ามองคนโดยรอบ “เฟิงจี้สิง จงคอยอารักขาเมืองหลวงให้แน่นหนาต่อไป ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน…การจจัดกระบวนทัพเขาเหินใหม่ต้องแล้วเสร็จภายในสามวัน ข้าอยากให้ทัพเขาเหินคอยช่วยคุ้มกันเมืองหลวงด้วย”
ฉู่ฮว่ายเหมี่ยนคารวะ “กระหม่อมจะไม่ทำให้ฝ่าบาททรงผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ…”
ฉินจิ้นหันไปมองหลินมู่อวี่ด้วยแววตาอ่อนโยน “ลูกชายข้า ครานี้เจ้าได้ทำภารกิจใหญ่ในการระงับศึกสองเผ่าพันธุ์ได้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังสามารถช่วยองหญิงซีในป่าล่ามังกรไว้ได้เพียงลำพัง นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นักถึงกระนั้นการที่เจ้าได้ทำการผิดพลาดสังหารถังปินไป ข้าจึงไม่รู้จะตัดสินรางวัลที่ควรมอบให้แก่เจ้าได้อย่างไร เจ้าลองบอกได้หรือไม่ว่าต้องการสิ่งใดอยู่?”
หลินมู่อวี่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ