่าล้างบางทหารอสูรทั้งห้าพันที่นี่ไปพร้อมกับปราชญ์หลิงหูเหลียนแล้วอย่างไร? สิ่งที่ได้ตอบแทนคงมีแต่ความขุ่นเคืองและการล้างแค้นจากอสูรอสรพิษและกิ้งก่าเท่านั้น หากเป็นเช่นนั้น หลินมู่อวี่เกรงว่าสิ่งที่จักรวรรดิต้องชดใช้ให้กับเรื่องนี้จะต้องใหญ่หลวงอย่างแน่นอน
“เปิดประตูปล่อยเชลยอสูรแล้วปิดทันที” หลินมู่อวี่สั่ง
ทันใดนั้นกลุ่มผู้บัญชาการแห่งชีไห่ต่างนิ่งเงียบ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะคำนับและกล่าว “แม่ทัพหลวง ท่านจะปล่อยพวกมันไปจริงหรือ? บางทีมันอาจกลับไปที่ภูเขาแล้ว…”
หลินมู่อวี่กล่าวอย่างจริงจัง “เผ่าอสูรและมนุษย์เป็นพันธมิตรกันแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเสียแรงและทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ แต่เดิมคลังของจักรวรรดิก็ร่อยหรออยู่แล้วข้าไม่อยากสิ้นเปลืองที่นี่”
“แต่ท่านแม่ทัพหลวง…”
ก่อนที่ผู้บัญชาการจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ หลินมู่อวี่ก็หันไปถามฉือหยิง “ท่านแม่ทัพฉือ ท่านคิดว่าอย่างไร?”
ฉือหยิงฉายแววตาราวนักปราชญ์
เขาประสานกำปั้นคำนับ “ทหารผ่านศึกผู้นี้เห็นด้วยกับแม่ทัพหลวง ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งเมืองหน้าด่านอสูร คำสั่งของท่านแม่ทัพหลวงเปรียบดังประกาศิต ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนขอรับ!”
ด้วยคำพูดของฉือหยิงทำให้บรรดาผู้บัญชาการจากชีไห่ไม่มีใครกล้าขัด
หลินมู่วอี่จึงยกมือขึ้นสั่งการด้วยเสียงอันหนักแน่น “เปิดประตู! ปล่อยเชลยอสูรให้เป็นอิสระ!”
เฟิงจี้สิงที่อยู่ด้านข้างเฝ้ามองฉินอินที่ยิ้มตามหลินมู่อวี่ ด้วยลักษณะของสา