วน้อย หากไม่ได้สวมชุดเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิอยู่ เกรงว่าหลายคนคงมองทั้งสองเป็นเพียงพี่น้องกันจริงๆ
เมื่อโซ่เหล็กถูกม้วน ประตูเหล็กหนาก็ถูกยกขึ้นพร้อมกับประตูกรงขัง หลังจากนั้นหลิงหูเหลียนก็ปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้ม “นักรบเผ่าอสูรทั้งหลาย เรากลับบ้านกัน!”
เชลยเผ่าอสูรส่งเสียงร้องและทยอยออกจากกรงขัง
หลินมู่อวี่คำนับแก่หลิงหูเหลียนที่ควบม้าอยู่ด้านล่าง “ท่านนักปราชญ์ หลังจากช่วงเวลาอันยาวนาน ตอนนี้เราทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้ผูกมิตรกันแล้ว คนของจักรวรรดิจากเมืองหน้าด่านแห่งนี้จะไม่ข้ามประตูไปอีก และหวังเช่นเดียวกันว่าเผ่าอสูรจะไม่ละเมิดข้อตกลง ให้หยุดยั่วยุและรุกล้ำพรมแดนของจักรวรรดินับจากนี้ไป”
หลิงหูเหลียนโค้งคำนับด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ทัพหลวงอย่าได้กังวลไป หลิงหูผู้นี้ทราบแล้วเจ้าค่ะ!”
นางกล่าวด้วยความนอบน้อมพลางหันมาคำนับให้ถังเสี่ยวซี “ท่านหญิงซี ถึงเวลาที่ข้ารับใช้ผู้นี้ต้องกลับแล้ว ป่านิรันดร์จะคอยต้อนรับท่านกลับไปเสมอ! อสูรนับหมื่นที่นั่นจะพร้อมจะรับฟังท่านทุกเมื่อที่ต้องการ!”
ถังเสี่ยวซียิ้มและพยักหน้า “ไปเถิดหลิงหู”
“เจ้าค่ะ!”
หลิงหูเหลียนหันหลังและควบม้าน้ำเผ่าอสูรออกจากเมืองกระทั่งหายไปจากสายตาของทุกคน
…
หลินมู่อวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดความวุ่นวายจากเผ่าอสูรก็สิ้นสุดลงเสียที
เฟิงจี้สิงตบบ่าหลินมู่อวี่พลางกล่าว “เยี่ยมยอดมาก เท่านี้ปัญหาก็คลี่คลายลงแล้ว กองกำลังเจ็ดหมื่นนายของอวี่