ะพูดว่า “หากเสี่ยวซีเป็นราชินีของพวกเจ้า เช่นนั้นเผ่าพันธุ์อสูรก็ต้องเป็นพันธมิตรกับมนุษย์ เจ้าจะต้องไม่โจมตีฉับพลันและก้าวร้าวเฉกเช่นครานี้อีก!”
หลิงหูเหยียนยิ้ม “เจ้าค่ะ! เผ่าพันธุ์อสูรเต็มใจอยู่ร่วมกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างสันติ แต่พวกเราเกรงว่ามนุษย์จะไม่เต็มใจอยู่ร่วมกับอสูรเช่นเรา ครั้งหนึ่งกองทัพมนุษย์เคยข้ามประตูอสูรเข้ามาโจมตีในป่านิรันดร์ เหล่าอสูรจึงต้องออกมาต่อต้านและปกป้องบ้านเกิดตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
“วางใจเถิด”
หลินมู่อวี่ผายมือไปทางฉินอินเพื่อแนะนำ “นี่คือองค์หญิงฉินอินผู้เป็นรัชทายาทและจะเป็นจักรพรรดินีของจักรวรรดิในภายภาคหน้า ข้อตกลงทางสันติภาพจะเกิดขึ้นที่นี่ จากนี้ไปมนุษย์จะไม่ย่างก้าวไปทางทิศตะวันตก และเผ่าพันธุ์อสูรจะไม่ข้ามประตูเมืองเข้ามา ตกลงไหม?”
หลิงหูเหยียนกล่าวอย่างเคารพ “พ่ะย่ะค่ะ เผ่าพันธุ์อสูรจะไม่เคลื่อนกองทัพมายังประตูเมืองอีก…องค์หญิงอินโปรดวางพระทัย”
ฉินอินพยักหน้า “มนุษย์เองก็จะไม่รุกรานดินแดนทางทิศตะวันตกเช่นกัน!”
หลิงหูหนิงยืนตรงมองมายังถังเสี่ยวซีพร้อมรอยยิ้ม “กระหม่อมมีคำขอที่ต้องเสียมารยาท องค์ราชินี…ให้กระหม่อมได้ยลโฉมหางทั้งเก้าได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“หือ?”
ถังเสี่ยวซีประหลาดใจและมองไปยังหลินมู่อวี่
หลิงหูเหยียนเพียงต้องการยืนยันตัวตน หลินมู่อวี่จึงพยักหน้ารับ “อืม ให้นางดูเถิด!”
“อื้อ!”
ถังเสี่ยวซียกมือขึ้นปลดเงื่อนที่หน้าอกก่อนจะถอด