เสื้อคลุมส่งไปฉินอิน ทันใดนั้นหางเพลิงทั้งเก้าก็ค่อยๆ แกว่งไปมาในอากาศ พร้อมหูบนศีรษะที่สั่นเล็กน้อย ดวงตาสีทองของนางเปล่งประกาย ถังเสี่ยวซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลิงหูเหยียน ตอนนี้เจ้าได้เห็นแล้ว พึงพอใจกับรูปลักษณ์ของข้าแล้วหรือยัง?”
หลิงหูเหยียนตกตะลึงพร้อมอ้าปากข้างและพึมพำ “งดงามมาก…เทพธิดาจิ้งจอกเก้าหางช่างงดงามยิ่งนัก…”
“ข้าไม่ต้องการทำเช่นนี้อีกแล้ว” ถังเสี่ยวซีกล่าวอย่างหดหู่
หลิงหูเหยียนหัวเราะแผ่วเบา “เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ กระนั้นองค์ราชินีทรงใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์มาโดยตลอด ทว่าในภายภาคหน้าองค์ราชินีสามารถวางพระทัยได้ ในเผ่าพันธุ์อสูรของเราจะไม่มีผู้ใดหยอกล้อพระองค์ พวกเขาต่างเกรงกลัวท่าน”
“ไม่ล่ะ”
ถังเสี่ยวซีประหม่า “ข้าไม่ต้องการอาศัยในเผ่าพันธุ์อสูร ข้าต้องการกลับไปใช้ชีวิตในเมืองหลวงของจักรวรรดิอีกครั้ง”
“ย่อมได้พ่ะย่ะค่ะ เผ่าพันธุ์อสูรจะรอคอยองค์ราชินีเสด็จมาเสมอ”
“อืม ได้สิ”
หลินมู่อวี่พลันกล่าว “ท่านนักปราชญ์ควรกลับไปและออกคำสั่งให้นักโทษทั้งห้าหมื่นตนเข้ามาในเมืองได้แล้ว จากนั้นข้าจะพาเสี่ยวซีไปยังแท่นบูชาหลักในป่านิรันดริ์เอง”
“ป่านิรันดร์…นั่นคือชื่อที่ท่านเรียกหรือ…อืม คงไม่สำคัญนัก” หลิงหูเหยียนทำอะไรไม่ถูก
เฟิงจี้สิงด้านข้างเอ่ยถาม “อาอวี่ เจ้ากำลังเปิดประตูเมืองต้อนเชลยศึกเผ่าพันธุ์อสูรเข้ามาหรือ?”
“ใช่”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ข้าและเสี่ยวซีไม่สามารถเดินทางผ่านป่า