ีความปลอดภัยสูง และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับคุมขังเชลยศึกทั้งห้าหมื่นตนเหล่านี้
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เชลยศึกทั้งห้าหมื่นตนก็เข้าไปในกรงและนั่งเงียบงัน
เมื่อหลินมู่อวี่พาถังเสี่ยวซีและฉินอินมาใกล้ๆ เผ่าพันธุ์จิ้งจอกมองไปยังดวงตาสีทองของถังเสี่ยวซีอย่างเคารพ พวกมันคุกเข่าลงและกล่าวพร้อมเพรียงกัน “องค์ราชินี…”
ฉินอินยิ้มเล็กน้อย “จักรวรรดิมีจักรพรรดินีเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว!”
ถังเสี่ยวซียิ้ม “เสี่ยวอินอย่าล้อข้าสิ…ฮึ่ม! เจ้าคิดว่าข้าต้องการเช่นนี้หรือ ข้าหวังเพียงเป็นมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ใครจะคาดคิดว่ามีอีกตัวตนหนึ่งอยู่ในร่าง…”
หลินมู่อวี่กล่าว “โชคดีหรือโชคร้ายก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของเจ้า อย่างน้อยเรื่องดีในตอนนี้คือเจ้าสามารถปราบปรามความโกลาหลของเผ่าพันธุ์อสูรได้ด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันใหญ่ยิ่ง เสี่ยวซีอาจไม่ทราบว่าหากไม่มีเจ้า…เกรงว่าเราอาจต้องสูญเสียทหารนับแสนเพื่อทำลายล้างเผ่าพันธุ์อสูรทั้งหมด มันคงเป็นราคามหาศาลที่ต้องจ่ายให้แก่สงคราม!”
เฟิงจี้สิงด้านข้างหัวเราะเยาะ “อาอวี่แน่ใจหรือว่าจะใช้ทหารเพียงหนึ่งแสนนายก็สามารถทำลายล้างเผ่าพันธุ์อสูรทั้งหมดได้?”
หลินมู่อวี่ยิ้มเล็กน้อย “ใช่”
“ดี! เจ้าเด็กนี่หยิ่งยโสนัก ทว่าข้าชอบ!”
เฟิงจี้สิงเดินออกไปไม่กี่ก้าวก็มาถึงด้านข้างนักปราชญ์หลิงหูเหยียน เขากล่าวกับนางว่า “แม่นางหลิงหูเหยียน เจ้ามีสาวงามมากเพียงใดในเผ่าพันธุ์จิ้งจอก?”
หลิงห