ไม่ถึงสิบนาทีหลินมู่อวี่ก็มาถึง จากนั้นเถาวัลย์น้ำเต้าพลันเลื้อยขึ้นตามกำแพง หลินมู่อวี่จึงกระโดดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ทหารรักาการณ์หลายคนผงะ ภายใต้แสงจากคบเพลิง เมื่อพวกเขาเห็นหลินมู่อวี่อุ้มจิ้งจอกสาวกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ท่านแม่ทัพหลวง กลับมาจากล่าสัตว์แล้วหรือขอรับ?”
หลินมู่รู้สึกรู้สึกอายเล็กน้อยและไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร เขาจึงพูดว่า “เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวด้านนอกซะ”
“ขอรับท่านแม่ทัพหลวง!”
…
เมื่อหลินมู่อวี่กลับมายังกระโจมพร้อมหงหลัวในอ้อมแขน เว่ยโฉว เซี้ยโหวซาง และคนอื่นๆ ต่างก็มารุมดูหงหลัวที่นอนอยู่บนฟูกด้วยสายตาเย็นชา
ฉือยิงประสานหมัด “แม่ทัพหลวง นอกจากหญิงรับใช้แล้วก็ไม่มีผู้หญิงอยู่ในค่ายทหารแห่งจักรวรรดิ จะ…จิ้งจอกนี้งดงามยิ่ง ทว่า…แม่ทัพหลวงมิควรทำผิดกฎเช่นนี้”
หลินมู่อวี่อธิบายด้วยความเขินอายเล็กน้อย “นายพลเฒ่าฉือมิได้เป็นเช่นนั้น ข้าเพิ่งแวะไปเยี่ยมค่ายเผ่าพันธุ์อสูรตอนกลางคืน และจับจิ้งจอกสาวผู้นี้กลับมา มิได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจากต้องการข้อมูลที่มีประโยชน์จากปากนาง”
“เป็นเช่นนี้เอง…” ฉือยิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ชายเฒ่าผู้นี้กังวลมากเกินไป โปรดอภัยให้ข้าด้วยท่านแม่ทัพหลวง”
“ไม่เป็นไร ปลุกนางซะ”
“ขอรับ!”
เว่ยโฉวก้าวไปด้านหน้า เขาใช้ปลายนิ้วกดหน้าผากนางแผ่วเบา จากนั้นหงหลัวก็ตื่นขึ้นทันทีและจ้องมองผู้คนรอบบริเวณอย่างตื่นตระหนกพร้อมใบหน้าขาวซีด “จะ…เจ้าคนโหดเหี้ยม ค