ืนม้วนหนังสือของข้ามานะ!”
“ม้วนหนังสืออะไร?” เว่ยโฉวตะลึง
หลินมู่อวี่หยิบม้วนหนังสือทั้งสองออกมาและยิ้ม “ข้าไม่ทราบว่ามันเขียนว่าอะไร มาดูสิว่าจะมีวิธีซักถามนางได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากนางไม่ยอมบอกข้าถึงวัตถุประสงค์ในการโจมตีเมืองอสูร”
“ง่ายมาก!”
เซี้ยโหวซางเดินไปด้านหน้าด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “ข้าไม่เคยเล่นสนุกกับเผ่าจิ้งจอกมาก่อน…”
หงหลัวตื่นตะหนกพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง นางมองไปยังหลินมู่อวี่ “เจ้ามนุษย์ เจ้าพาข้ามาที่นี่ เจ้าต้องปกป้องข้า จะ…เจ้าห้าม…”
หลินมู่อวี่ถือกระบี่ยาวในมือและกล่าวว่า “ทว่าเจ้าไม่บอกข้าว่าเหตุใดเผ่าอสูรจึงโจมตีเมือง ตราบใดที่เจ้าบอก ข้าจะรับรองความปลอดภัยให้ ตกลงไหม?”
น้ำตาไหลรินบนใบหน้างามของหงหลัว นางหลับตาและขยับมือปลดเสื้อผ้า ลูกบอลสีขาวราวกับหิมะสองลูกถูกห่อหุ้มอยู่ด้วยชุดชั้นในถูกเปิดออกเพียงเสี้ยววิและปิดลง “วีรสตรีกำลังตาย” นางพูดด้วยตาแดงก่ำ “หงหลัวจะไม่มีวันทรยศต่อท่านนักปราชญ์ หากเจ้ามนุษย์ชั่วร้ายต้องการความบริสุทธิ์ของหงหลัว ก็รีบเข้ามาซะ! ข้าไม่กลัวเจ้า!”
เว่ยโฉวตะลึง “ร…เราควรทำอย่างไรดี?”
เซี้ยโหวซางยิ้ม “ดูสิว่า ข้าจะทำอะไรกับเจ้าได้บ้าง…”
หลินมู่อวี่กระแอม “เซี้ยโหวหยุด ช่างเถิด ในเมื่อนางต้องการที่จะตาย ก็ถือว่าเจ้าได้ครอบครองนางแล้ว มิจำเป็นต้องลงมืออีก”
เซี้ยโหวซางพูดอย่างไม่เต็มใจ “ทว่ามันสามารถสร้างขวัญกำลังใจได้ขอรับ!”
“แล้วจะมีปร