อวี่เดินเข้าไปในป่าก่อนจะหายไปจากสายตาขององครักษ์
…
ไม่นานนักก็พบค่ายของเผ่าอสูรอยู่ตรงหน้า ทว่าในค่ายนั้นไม่มีแสงไฟเลยแม้แต่น้อย เพราะเหล่าอสูรอสรพิษ กิ้งก่า และหมีต่างกลัวไฟ มีเพียงครึ่งจิ้งจอกและอสูรหริณะเท่านั้นที่ไม่เกรงกลัวเปลวเพลิง หลินมู่อวี่เดินอย่างระมัดระวังคอยหลีกเลี่ยงค่ายของอสูรอสรพิษที่เต็มไปด้วยเสียงร้องครวญคราง การโจมตีอย่างบ้าคลั่งเมื่อกลางวันทำให้พวกมันบาดเจ็บจำนวนมากและกำลังรักษาแผลกันอยู่ ยาที่ใช้เป็นพวกสมุนไพรและคาถาโบราณซึ่งเขาฟังไม่ออก
ค่ายของเผ่าอสูรกระจายอยู่ทั่วป่าราวกับที่นี่เป็นบ้านของพวกมัน
หลินมู่อวี่ที่เดินมาไกลกว่าห้าไมล์ ในที่สุดก็พบไฟสลัวอยู่เบื้องหน้า เขาค่อยๆ พาตัวเองเข้าไปใกล้ก่อนจะพบว่ามันคือค่ายที่มีกระโจมสร้างจากผ้าสีเทากระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
“สวบ…สวบ…”
ไม่ไกลนักก็มีเสียงเดินไปมาของเงามืดในป่า หลินมู่อวี่กระชับกระบี่วิญญาณมังกรเตรียมไว้พลางออกตามมันไป
ขณะที่กำลังเข้าใกล้ ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็กระโดดขึ้นพลางใช้ปราณยุทธ์เรียกเถาวัลย์น้ำเต้าขึ้นมาจากพื้น! ในพริบตาเงาดำก็ถูกพันธนาการด้วยวัชพืช! หลินมู่อวี่ถลาเข้าไปก่อนจะใช้มือปิดปากศัตรูเอาไว้ พลันชักกระบี่ออกมาพร้อมกับเปลวเพลิงจี้คอฝ่ายตรงข้าม “อย่าส่งเสียง มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”
ทว่าด้วยแสงจากเปลวเพลิงขอกระบี่วิญญาณมังกร ทำให้หลินมู่อวี่เห็นคนที่เขาจับตัวไว้ หญิงสาวรูปร่างน่าหลงใหลมี