ะวันออกได้ ส่วนเมืองหน้าด่านอสูรนี้ตั้งอยู่พื้นที่ราบของกำแพงหนา โดยมีแนวรบของทหารคอยสกัดกั้นอสูรอยู่
“กลับกันก่อนเถิด ข้าจะตรวจตราแถวนี้ต่ออีกสักหน่อย” หลินมู่อวี่กล่าว
“ขอรับแม่ทัพหลวง!”
ฉือหยิง ถังเจิ้น เว่ยโฉวและคนอื่นๆ ทยอยกลับค่าย ทิ้งไว้เพียงหลินมู่อวี่ที่ถือกระบี่วิญญาณมังกรเดินตรวจตรารอบประตูเมือง หลังจากเดินไปได้ไม่ไกลเขาก็มาถึงภูเขาลูกหนึ่ง เมื่อมองไปยังทิศตะวันตก ด้วยแสงสว่างชัดเจนเขามองเห็นแนวป่ายาวไม่มีที่สิ้นสุดราวกับมหาสมุทรที่คอยเพาะพันธุ์เผ่าอสูร อันที่จริงในสายตาหลินมู่อวี่…เผ่าอสูรนั้นเป็นยิ่งกว่าครึ่งสัตว์หรือครึ่งมนุษย์ พวกมันน่าสงสาร…หลินมู่อวี่จึงอยากรู้ว่าพวกมันต้องการสิ่งใดกันแน่?
มองลงไปเบื้องล่างจากบนกำแพงไปจนถึงพื้นราวสามสิบเมตร หลินมู่อวี่สูดหายใจลึกมององครักษ์รอบตัวเขา ขณะที่องครักษ์เหล่านั้นก็มองเขาเช่นกัน
“ท่านแม่ทัพหลวงอยากไปฝั่งตะวันตกหรือขอรับ?”
“อืม” หลินมู่อวี่พยักหน้า “คอยอยู่ที่นี่จนกว่าข้าจะกลับมาแล้วอย่าทำอะไรผลีผลาม”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่หายเข้าไปในความมืด ทันใดนั้นแสงสีทองส่องสว่างขึ้น เถาวัลย์น้ำเต้ารั้งกำแพงเมืองช่วยหลินมู่อวี่ไต่ลงไป ถึงอย่างไรก็ตามการโดดจากความสูงสามสิบเมตรก็น่ากลัวอยู่ดี ไม่นานทั้งคนทั้งพืชก็ร่วงลงพื้น “ตุบ!” แรงกระแทกทำเข้าหลินมู่อวี่สะท้าน เขายันตัวยืนขึ้นพร้อมกับเสียงครวญครางพลันเก็บกระบี่วิญญาณมังกรเข้าฝัก หลินมู่