แผนกสมาพันธ์โอสถกว่าครึ่ง อีกทั้งหลัวซิ่งและอวี่เหวินเซี่ยไม่ลงรอยกัน จึงเป็นเหตุให้ทางนั้นชะลอการส่งยามาให้คงหมายจะให้เราพ่ายแพ้ศึกกับอสูรครั้งนี้”
หลินมู่อวี่สูดหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์
ทันใดนั้นเหล่าผู้บัญชาการกองหมื่นต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นคำนับ “ท่านแม่ทัพหลวงโปรดเรียกหาความรับผิดชอบให้เราด้วย! เราเป็นทหารแนวหน้าต้องคอยเสี่ยงชีวิตโจมตี ในขณะที่พวกขุนนางแห่งหลันเยี่ยนเอาแต่ดื่มไวน์เสวยสุขและปฏิเสธจะส่งยาเพียงเล็กน้อยให้เรา หากเป็นเช่นนี้เหตุใดเราจึงไม่ปล่อยให้เผ่าอสูรบุกเมืองหน้าด่านและเข้าพังเมืองหลันเยี่ยนเสียเล่า!”
หลินมู่อวี่รีบปรามเหล่าแม่ทัพเบื้องหน้า “พวกท่านโปรดอย่ากังวล ทำใจให้สงบ ข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องเสบียงและสัมภาระเอง” หลินมู่อวี่หันไปกล่าวกับเว่ยโฉวต่อ “เว่ยโฉว นำสารจากข้าไปแจ้งแก่ผู้บัญชาการกองทัพองครักษ์เฟิงจี้สิง บอกว่าข้าขอให้ช่วยดูแลเรื่องโอสถ อาหารและอาวุธต่างๆ และจะเป็นการดีอย่างยิ่งหากได้จางเหว่ยไปช่วยคุ้มกันเสบียงเหล่านี้ บอกให้เขาทราบว่ามันคือของยังชีพ”
เว่ยโฉวคำนับ “ขอรับท่านแม่ทัพ!”
หลินมู่อวี่มองโดยรอบ “สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร?”
ถังเจิ้นตอบด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “กำลังรบของเผ่าอสูรทั้งห้ากลุ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองแสนตน หากไม่เป้นเพราะประตูเมืองที่แข็งแรงนี้ค่ายของเราคงพ่ายยับไปนานแล้ว ก่อนหน้านี้ที่แม่ทัพอวี่เหวินเซี่ยควบคุม เขาทำเพียงยืนอยู่ตรงโต๊ะว