างกลยุทธ์และสั่งการ ท่านแม่ทัพหลวงคงไม่เป็นแบบเดียวกันใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่ยิ้มก่อนจะชักกระบี่วิญญาณมังกรออก “เว่ยโฉว ฉือหยิง ไปแนวหน้ากับข้า ข้าอยากจะรู้นักว่าเผ่าอสูรในตำนานที่ว่าจะแข็งแกร่งสักเพียงใด!”
ถังเจิ้นชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะรีบเอ่ยเตือน “แม่ทัพหลวงโปรดระวัง…ในเผ่าอสูรนั้นมีอสูรหริณะซึ่งดุร้ายอย่างมาก แล้วก็ระวังพลธนูของพวกมันด้วยนะขอรับ”
“อืม ข้าทราบแล้ว”
ฉือหยิงขมวดคิ้วจริงจัง “จงสั่งรวมพลโล่เพื่อป้องกันแม่ทัพหลวง”
“ขอรับ!”
…
ทางเดินหินที่ทอดไปสู่ประตูเมืองสึกหรอและได้รับความเสียหายอย่างมาก ทั่วบริเวณเกลื่อนกลาดไปด้วยคราบเลือดและศพทหาร หลินมู่อวี่เดินบนกำแพงเมืองกับเว่ยโฉวและฉือหยิง จากป้อมปราการทมิฬ แนวทัพของทหารจักรวรรดิกำลังทำการป้องกันอาณาเขตอยู่ นอกกำแพงเมืองปรากฏกองทัพอสูรรวมตัวหนาแน่นอย่างน่าหวาดหวั่นพยายามบุกเข้ากำแพงเมืองมา กองกำลังหลักของพวกมันคือกลุ่มที่มีเกล็ดหุ้ม มันไม่ใช่มนุษย์ เพราะส่วนล่างของร่างกายเป็นหางสีดำเลื้อยไปมา มือข้างหนึ่งถือหอก อีกข้างถือขวานศึกมุ่งตรงมายังกำแพงเมืองหน้าด่านอสูร ใบหน้าของพวกมันดูน่าเกลียดน่ากลัวปากนั้นเปิดกว้างแลบลิ้นยาวออกมา
ไกลออกไปมีเผ่าอสูรรูปร่างข้างบนดูงดงามส่วนข้างล่างนั้นเป็นขากวาง ในมือถือคันธนูยาวเล็งไปที่ทหารในเมืองจากระยะไกล “ฟิ้ว!” ธนูที่ถูกยิงออกไปหากจะพูดว่าแม่นยำมากก็คงไม่เกินจริง สิ้นเสียงแหวกอากาศนายทหารในเ