ั่น “เจ้าเด็กตรงนั้น อย่าหนี! ข้าเห็นเจ้าแล้ว!”
สังเกตจากสัญลักษณ์บนบ่าของคนกลุ่มนั้นก็พบว่าเป็นคนจากค่ายเสินเวย ด้านหลังมีกลุ่มม้าเหล็กตามมาโดยมีเจิ้งอี้ฝานอยู่ในนั้นด้วย
หลินมู่อวี่นึกเจ็บใจ ออกจากสุสานมังกรได้ไม่ทันไรก็ต้องมาปะทะกับกองทัพเสินเวย
เจิ้งอี้ฝานควบม้าหมายตามายังหลินมู่อวี่และถังเสี่ยวซี พลางมองไปยังหูและหางจิ้งจอกของนาง เจิ้งอี้ฝานยิ้มมุมปากและเอ่ยขึ้น “ข้าคิดว่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางจะเป็นเพียงตำนานเสียอีก ดูเหมือนว่ามันจะมีอยู่จริงสินะ…องค์หญิงซี ท่านยังเป็นองค์หญิงซีอยู่หรือเปล่า?”
ถังเสี่ยวซีผละออกจากอ้อมแขนหลินมู่อวี่และกระโดดลงจากม้า ฝ่าเท้าขาวลอยอยู่เหนือพื้นด้วยเปลวเพลิง หางยาวโบกสะบัดอยู่ด้านหลัง นางคำนับด้วยการถอนสายบัวแบบเจ้าหญิง “ยินดีที่ได้พบท่านเสินโหว ถังเสี่ยวซีขอคารวะเจ้าค่ะ!”
เจิ้งอี้ฝานรีบหยุดม้าก่อนจะกระโดดลงจะประสานกำปั้นคำนับ “เจิ้งอี้ฝานยินดีที่ได้พบองค์หญิงซี!”
สี่กงหนานที่อยู่ด้านข้างกระชับด้ามดาบไว้ในมือ คนของเสินโหวพร้อมเปิดศึกตลอดเวลา…ช่างหยิ่งผยองนัก แม้เจิ้งอี้ฝานจะดูเป็นชายน่ายำเกรง ทว่าเบื้องหลังของทัพเสินเวยคือตัวตนของเขาใช่หรือไม่?
หลินมู่อวี่ดึงกระบี่วิญญาณมังกรจากด้านหลังมาไว้ที่เอวเพื่อง่ายต่อการชักออกมา หลินมู่อวี่คำนับ “ข้าไม่คิดว่าท่านเสินโหวจะตามมาถึงป่าล่ามังกรด้วย”
เจิ้งอี้ฝานกล่าว “เป็นเพราะความห่วงใยขององค์จักรพรรดิที่มีต่ออง