่ทั้งสองขอรับ เป็นคนจากค่ายเสินเวย ดูเหมือนว่าท่านเสินโหวอี้ฝานก็มาด้วย”
“เจิ้งอี้ฝานมาด้วยรึ?”
ถังปินพยักหน้า “เจิ้งอี้ฝานมาที่นี่เพื่อตามล่าเสี่ยวซีหรือ?”
ทหารลาดตระเวนส่ายหน้า “ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ”
“มากันมั้งหมดกี่คน?”
“ไม่มาก…ราวสี่ร้อยคนขอรับ พวกเขามากันแล้วนายท่าน”
“อืม…”
ถังปินโบกมือขึ้นเป็นสัญญาณ “ทุกคนจงเตรียมตัวพร้อมสู้!”
“ขอรับ!”
กองทัพทหารชีไห่ชักดาบออกจากฝักเตรียมพร้อม โดยมีพลธนูอยู่แนวหลัง หากต้องสู้รบจริงๆ ทหารม้าอาจไม่ได้ผลเท่าพลธนู เพราะบริเวณนี้ไม่ใช่สถานที่โล่งจึงไม่เหมาะกับทหารชีไห่ที่ชำนาญการขี่ม้าและวิชาดาบ
ไม่นานกองทัพม้านำโดยเจิ้งอี้ฝานก็ทยอยเข้ามายังจุดที่ถังปินอยู่พร้อมกับธงค่ายเสินเวยโบกไปมา เขาประสานกำปั้นพลางคำนับ “ดูสิว่าข้าเจอใคร…ท่านอ๋องน้อยถังนั่นเอง!”
ถงปินคลี่ยิ้มพลางก้มคำนับ “ท่านเสินโหว…ท่านมาป่าล่ามังกรเพื่อตามหาเสี่ยวซีเช่นกันหรือขอรับ?”
เจิ้งอี้ฝานพยักหน้า “การลักพาตัวองค์หญิงซีของปีศาจจิ้งจอกเก้าหางทำให้องค์จักรพรรดิกังวลพระทัยมาก จึงมีรับสั่งให้ข้านำทัพเสินเวยออกตามหาองค์หญิงในป่าล่ามังกร และยังฝากข้ามาบอกท่านอ๋องอีกด้วยว่าให้สงบใจไว้ ต้องไม่มีเหตุร้ายใดเกิดขึ้นกับองค์หญิงเป็นแน่”
ถังปินยิ้ม “ขอบพระคุณสำหรับคำปลอบโยนขอรับท่านเสินโหว ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใด? หรือปีศาจจิ้งจอกพานางไปขังไว้?”
เจิ้งอี้ฝานพลางลูบเคราเอ่ย “องค์หญิงซีกั