ดยรอบเพื่อนำมาเติมเต็มปราณยุทธ์ที่เสียไป ขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาร่างกายด้วย กระทั่งหลี่จิงชื๋อและพวกหาหน้าผาสำหรับเป็นสถานที่ตั้งค่ายได้แล้ว ทั้งร่างกายและพลังของเขาก็ได้รับการฟื้นฟูจนเกือบหายดี ถึงกระนั้นหลินมู่อวี่ก็มิได้รีบร้อนอันใด เขายังอยากรู้ว่าคนกลุ่มนี้เป็นใครกันแน่
…
ใต้หน้าผาสูง กองไฟสี่กองถูกจุดขึ้น ทุกคนนั่งรายล้อมเพื่อต้มซุปเนื้อสัตว์วิญญาณที่สังหารได้จนกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่กองไฟอีกกองกำลังย่างเนื้อกวางอยู่ คนพวกนี้ช่างกินอยู่หรูหราเสียจริง ไม่นานหลี่จิงชื๋อก็นำเหยือกไวน์ขนาดใหญ่มาทางหลินมูอวี่ “ท่านหลิน อากาศคืนนี้ช่างเย็นนัก มาดื่มไวน์คลายหนาวให้เมากันไปข้างเถิด”
“ได้สิ”
โชคดีที่มีไวน์ให้ดื่ม เพราะเมื่อมีคนเมา…หลินมู่อวี่ก็จะสามารถใช้ทักษะชีพจรวิญญาณอ่านใจของเขาเหล่านั้นเพื่อหาว่ามีความลับใดซ่อนอยู่ได้
ไม่นานนักทุกคนก็เริ่มเมามาย เว้นเสียแต่หลี่จิงชื๋อที่ดื่มไปไม่มาก เขาคายไวน์ใส่ผ้าเช็ดปากไว้ ช่างสมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญการดื่มจริงๆ
หลินมู่อวี่ยิ้ม ทักษะชีพจรวิญญาณของตนค่อยๆ เจาะเข้าไปยังจิตใจของหลี่จิงชื๋อ กระทั่งได้ยินเสียงหนึ่งพูดขึ้น “พลังยุทธ์ของไอ้เด็กนี่แทบไม่มีที่สิ้นสุด…บัดซบ! เราได้รับคำสั่งมาให้ตามล่าถังเสี่ยวซี จะต้องทำให้สำเร็จ ถ้าหากเราเมาตอนนี้ต้องโดนมันฆ่าเป็นแน่ อีกทั้งจะให้ภารกิจนั้นล้มเหลวเพราะไอ้สวะนี่ไม่ได้!”
ทว่าภารกิจที่ว่านั่นคือสิ่งใ