ันไปล่าเหยื่อเอง จากนั้นมังกรน้อยก็ไม่ทำให้หลินมู่อวี่ผิดหวัง มันออกไปล่าหมูป่าและลากกลับมาได้ หมูป่าตัวนั้นน้ำหนักอย่างน้อยสองร้อยกิโลกรัมซึ่งหนักกว่ามังกรน้อยมาก มันลากซากหมูป่ามาวางตรงหน้าและเริ่ม ‘พูดคุย’ ด้วยปากพะงาบๆ และกรงเล็บที่กวัดแกว่งไปมา แม้หลินมู่อวี่จะไม่รู้ว่ามันพูดอะไร ทว่าก็พอเข้าใจได้ว่ามังกรน้อยกำลังชวนเขากินอาหาร
“ไม่เป็นไร เจ้ากินเถิด” หลินมู่อวี่ยิ้มและลูบหัวมังกรน้อย
จากนั้นหลินมู่อวี่นำแผนที่ป่าล่ามังกรออกมาศึกษาอย่างรอบคอบ ถังเสี่ยวซีจะไปที่ไหนนะ? เมื่อมองแผนที่ตรงหน้า หัวใจของหลินมู่อวี่พลันเปล่งประกาย มีสุสานมังกรอยู่ในป่าลึกทางตอนใต้ของป่าล่ามังกร นี่เป็นสถานที่ที่หลินมู่อวี่ ถังเสี่ยวซี และฉินอินเคยไปเยือนด้วยกัน อีกทั้งชวีฉู่เป็นผู้ปกป้องสถานที่นี้ ถังเสี่ยวซีอาจไปที่นี่หรือไม่?
เมื่อนึกได้เช่นนี้ ก้นบึ้งหัวใจของหลินมู่อวี่ก็ส่งเสียงเห็นด้วย “ใช่ เสี่ยวซีจะต้องไปสุสานมังกร นางรู้ดีว่า…หากเสี่ยวอินและข้าออกตามหานาง จะต้องไปที่สุสานมังกรอย่างแน่นอน ข้านี่มันโง่เง่ายิ่งนักที่ใช้เวลานานถึงเพียงนี้กว่าจะตระหนักได้ว่าเสี่ยวซีจะต้องอยู่ที่สุสานมังกร”
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าหมูป่าถูกมังกรน้อยจัดการเกือบทั้งหมดแล้ว เขาพลันลูบหัวมันและกล่าวว่า “รีบกินซะ เราจะออกเดินทางต่อ”
ทันทีที่มังกรน้อยกินอาหารเสร็จ หลินมู่อวี่ก็โยนมันเข้าสู่ช่องว่างมิติ ก่อนจะใช้ฝีเท้าดาวตก