ตามมาเพียงเท่านี้เล่า?”
ถังปินกล่าวด้วยท่าทีเศร้าหมอง “อืม เราได้รับสาส์นเมื่อเช้าวันนี้ว่าเสี่ยวซีหายตัวไป ท่านปู่ทรงเป็นกังวลอย่างมากด้วยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ข้าจึงนำนักรบสองพันคนจากในตระกูลออกตามหาเสี่ยวซีในป่าล่ามังกรแห่งนี้ แล้วจุดประสงค์ในการมาที่นี่ของท่านหลินมู่อวี่คือ…”
หลินมู่อวี่คำนับ “ข้าเองก็ได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้ออกตามหาเสี่ยวซีในป่าแห่งนี้เช่นกัน”
“เช่นนั้นเราก็มีจุดประสงค์เดียวกัน”
ถังปินคลี่ยิ้ม “ท่านแม่ทัพเข้าป่าคนเดียวอาจเกิดอันตรายได้ เหตุใดจึงไม่ไปตามหาเสี่ยวซีพร้อมกันกับเราเสีย?”
“ข้า…”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “ข้าคุ้นชินกับการทำภารกิจคนเดียวขอรับ”
“อย่างนั้นรึ?”
ถังปินยิ้มกล่าวด้วยแววตาปริ่มน้ำ “เสี่ยวซีเป็นหลานสาวที่รักของท่านปู่ ชะตาของเมืองชีไห่ขึ้นอยู่กับชีวิตของนาง จึงจะให้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นไม่ได้ ข้ายังคงคิดว่า…ท่านหลินมู่อวี่ควรมากับเรา มิเช่นนั้นหากมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น ข้าคงไม่มีหน้ากลับไปรายงานกับท่านปู่หรือองค์จักรพรรดิ ท่านหลินมู่อวี่น่าจะรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ดีและรู้ว่าควรทำสิ่งใดนะขอรับ”
ไม่นานก็มีชายเฒ่าคนหนึ่งเรียกหลินมู่อวี่อยู่ด้านข้าง ชายเฒ่าผู้นั้นคือจิงเหลา “ท่านหลินมู่อวี่ไปด้วยกันเถิดขอรับ ถึงอย่างไรก็มีเป้าหมายเดียวกัน”
ทหารชีไห่โดยรอบจ้องมองหลินมู่อวี่ด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร
จากการตรวจสอบความแข็งแกร่งคนของกลุ่มนี้ด้วยทักษะชีพจร