วี่ยืนขึ้นกลางวงล้อมของกองทหารเมืองชีไห่ที่ชี้ดาบมาทางเขาประหนึ่งพร้อมเข้าฟันได้ตลอดเวลา
หลินมู่อวี่แสดงให้เห็นถึงเหรียญตราบนบ่าและป้ายชื่อจักรวรรดิตรงคอเสื้อ “พวกเจ้าตาบอดกันหรือจึงไม่เห็นสิ่งนี้?”
ผู้บัญชาการกองร้อยคนหนึ่งประสานกำปั้นคำนับพลางเอ่ยขึ้น “ข้ารู้ว่าท่านมียศเป็นแม่ทัพ ทว่ารอบนอกเมืองชีไห่นี้เป็นเขตหวงห้าม ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
“ข้าจะอยู่ที่ไหนก็เรื่องของข้า อีกทั้งที่นี่เป็นอาณาเขตของมณฑลหลิงเป่ยหาใช่ของเมืองชีไห่ไม่ แต่พวกเจ้า…” หลินมู่อวี่เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะตะคอกเสียงดัง “กองทัพของเมืองชีไห่กล้าละเมิดต่อคำสั่งของจักรพรรดิโดยการบุกรุกพื้นที่ของเมืองหลวง…ทีนี้พวกเจ้ารู้หรือยังว่าใครผิด?”
ผู้บัญชาการกองร้อยตกตะลึงจนพูดไม่ออกหลังถูกตะคอก
ทันใดนั้นกองงทัพก็แหวกแถว ชายคนหนึ่งสวมชุดนายทหารยศสูงควบม้าเข้ามาพลันเอ่ยขึ้น “ข้าก็นึกว่าใคร…ที่แท้ก็หลินมู่อวี่หนึ่งในสี่วีรบุรุษแห่งหลันเยี่ยนนี่เอง”
“ถังปิน”
หลินมู่อวี่จำชายผู้นี้ได้ “ยินดีที่ได้พบขอรับท่านอ๋องน้อยถังปิน”
“ไม่ต้องนอบน้อมเช่นนั้นก็ได้” ถังปินมองหลินมู่อวี่ “ท่านหลินมู่อวี่แม่ทัพองครักษ์ทิศใต้และผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์อินทรี ท่านเป็นถึงผู้บัญชาการกองทัพ เหตุใดจึงมายังเมืองชีไห่อันรกร้างคนเดียวเล่า?”
หลินมู่อวี่เหลือบมาชายตรงหน้า “ข้าเองก็อยากจะถามท่านด้วยประโยคเดียวกันว่าเหตุใดท่านจึงนำกองทัพติด