“มิได้เห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจในเมืองหลันเยี่ยนมาหลายร้อยปีแล้ว”
ณ ตำหนักเจ๋อเทียน เจิ้งอี้ฝานกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ฝ่าบาท ไม่ว่าจิ้งจอกเก้าหางจะมาจากที่ใด เราไม่สามารถนั่งรออยู่เฉยๆ ได้พ่ะย่ะค่ะ อีกทั้งองค์หญิงซีอาจถูกปีศาจจิ้งจอกสังหาร กระหม่อมแนะนำว่าควรส่งกองทัพค่ายเขาเหินและค่ายเสินเวยเข้าป่าล่ามังกรเพื่อออกไล่ล่าจิ้งจอกเก้าหางพ่ะย่ะค่ะ!”
เฟิงจี้สิงนิ่งเงียบอย่างคร่งขรึม
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพลันพูดขึ้น “ท่านเสินโหว ต้นกำเนิดของอสูรจิ้งจอกเก้าหางยังไม่ได้รับการยืนยัน การออกไปไล่ล่าจะเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?”
“ยังต้องคิดอีกหรือ?”
เจิ้งอี้ฝานเย้ยหยัน “ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน เจ้าต้องการมีความรักกับอสูรจิ้งจอกรึอย่างไร?”
“พอได้แล้ว!”
หลินมู่อวี่ตะโกนเสียงดังอย่างเหลืออด ก่อนจะหันไปประสานหมัดและกล่าวว่า “ฝ่าบาท ข้าได้ไปตรวจสอบเครื่องหมายที่ประตูทิศเหนือของเมืองหลันเยี่ยนแล้ว มันคือผนึกสังเวยดวงดารา ซึ่งเป็นของผนึกจิ้งจอกอัคนีชั้นที่ห้า”
ฉินจิ้นตะลึง “อาอวี่ เจ้าหมายถึง?”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ “ข้าเกรงว่าจะมีเพียงเสี่ยวซีผู้เดียวในเมืองหลันเยี่ยนที่สามารถใช้ผนึกจิ้งจอกอัคนีเช่นนี้ได้…เมื่อคืนที่ผ่านมา กองทัพองครักษ์กล่าวว่าเครื่องหมายนี้ถูกทิ้งไว้โดยจิ้งจอกเก้าหาง ดังนั้นเสี่ยวซี…”
ฉินอินตกใจ “พี่อาอวี่กำลังบอกว่าอสูรจิ้งจอกก็คือเสี่ยวซีอย่างนั้นหรือ?”
“นี่เป็นเพียงการคาดเดา ทว่ามันเป็นไปได้ส