ูงมาก” หลินมู่อวี่ถอนหายใจและพูดต่อ “กระนั้น…ได้โปรดออกคำสั่งให้ตามหาเสี่ยวซีในป่าล่ามังกรด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ…ผู้ใดบังอาจกล่าวถึงการไล่ล่าจิ้งจอกเก้าหาง มันผู้นั้นจะต้องเป็นศัตรูกับข้า เนื่องจากนั่นหมายถึงการไล่ล่าเสี่ยวซี…”
ฉินจิ้นขมวดคิ้ว “อาอวี่ แน่ใจแล้วหรือว่าจิ้งจอกเก้าหางคือเสี่ยวซีจริงๆ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร…เสี่ยวซีเป็นหลานของถังหลานกง นางจะเป็นสัตว์อสูรไปได้อย่างไร…”
เจิ้งอี้ฝานประสานหมัดและกล่าวว่า “ฝ่าบาท ไม่ว่าอสูรจิ้งจอกจะใช่องค์หญิงซีหรือไม่ ทว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจลงมายังโลกเช่นนี้จะทำให้เกิดภัยพิบัติมากมาย ชีวิตขององค์หญิงจะเทียบกับชะตากรรมของราษฎรได้อย่างไร? ตราบเท่าที่ฝ่าบาททรงยินยอม กระหม่อมยินดีจะนำทหารค่ายเสินเวยเข้าป่าล่ามังกรและจับเป็นอสูรจิ้งจอกเก้าหางทันที!”
ฉินจิ้นยกมือขึ้นและกล่าวว่า “เจิ้งอี้ฝานช่างกล้าหาญ ทว่า…ป่าล่ามังกรนั้นสูงชันและอันตรายมาก เจ้าเป็นเสินโหวแห่งจักรวรรดิ ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าไปเสี่ยงด้วยตนเอง ปล่อยให้สี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยนจัดการเรื่องนี้เถิด”
เจิ้งอี้ฝานผงะถอยหลังและสีหน้ามึนงง “ฝ่าบาท…ทรงไม่ไว้วางพระทัยกระหม่อมอีกต่อไป…”
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!”
ฉินจิ้นยิ้ม “เจิ้งอี้ฝานอย่ากังวลใจไป ข้าเพียงห่วงใยร่างกายของเจ้า ฉะนั้นอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย แล้วให้หลินมู่อวี่เป็นคนจัดการ เขามีความสัมพันธ์อันดีกับเสี่ยวซีเป็นการส่วนตัว เขาจะไม่มีท