างปล่อยให้เสี่ยวซีเป็นอะไรไปและพากลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน ทว่า…”
“ทว่าอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
ฉินจิ้นกล่าวอย่างใจเย็น “หากอสูรจิ้งจอกเก้าหางตัวนี้เป็นเสี่ยวซีจริง และเมื่อนางสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป เช่นนั้นอาอวี่…ข้ามอบหมายให้เจ้าสามารถตัดสินใจด้วยตนเอง เจ้าสามารถฆ่านางได้ทันที”
“อา…”
หลินมู่อวี่รู้สึกสั่นสะท้านในหัวใจ แม้ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
“อาอวี่…” เฟิงจี้สิงมองอย่างทุกข์ใจ “หากไม่ไหว ให้ข้าไปแทนก็ได้?”
หลินมู่อวี่ส่ายหัว “ไม่ ข้าจะไป”
หลังจากนั้นหลินมู่อวี่เงยหน้ามองฉินจิ้นและกล่าว “ฝ่าบาท กระหม่อมจะออกเดินทางทันที และคงไม่สามารถดูแลวิหารศักดิ์สิทธิ์และค่ายรังอินทรีได้ชั่วขณะ”
“อืม สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือตามหาถังเสี่ยวซี จงไปเถิด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หลินมู่อวี่หันหลังออกจากตำหนักเจ๋อเทียน ก่อนจะควบม้าออกไป
…
ภายในตำหนักเจ๋อเทียนทุกคนยังคงขมวดคิ้วแน่น ขณะเดียวกันใบหน้าฉินจิ้นมัวหมอง เขาพลันทุบลงบนเก้าอี้อย่างแรง “อสูรจิ้งจอกเก้าหางปรากฏขึ้นบนโลกอีกครั้ง…ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำเช่นไร…”
ฉินอินเอ่ยถาม “เสด็จพ่อ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อจิ้งจอกเก้าหางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งหรือเพคะ?”
ฉินจิ้นเหลือบมองลูกสาวและกล่าวว่า “ครั้งสุดท้ายที่จิ้งจอกเก้าหางลงมายังโลกคือเมื่อเก้าพันปีก่อน เวลานั้นจักรวรรดิฉินยังไม่ก่อตั้งขึ้น แผ่นดินถูกปกครองโดยสี่จักรวรรดิผู