เสด็จพ่อพอใจกับคำตอบของข้าหรือไม่ขอรับ?”
ฉินจิ้นตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นผ่อนคลาย “อาอวี่…จักรพรรดิผู้นี้เดาใจเจ้ายากนัก ทว่าคำตอบที่เจ้าให้มานี้บอกตามตรงว่าข้าพอใจมาก!”
ฉินจิ้นลุกขึ้นยืนพลางใช้มือแตะบ่าทั้งสองข้างของหลินมู่อวี่ไว้ “สมกับเป็นบุตรแห่งราชาผู้เที่ยงธรรม ใครก็ตามกล้ามาหยามเกียรติเจ้ากับเสี่ยวอิน จงใช้กลุ่มมังกรผงาดกำราบมันให้สิ้น!”
ความกังวลของหลินมู่อวี่เริ่มคลายลง “เสด็จพ่อสมกับเป็นราชาผู้เที่ยงธรรมขอรับ”
ฉินอินยิ้มพลางเอามือทาบหน้าอก “ข้ากลัวแทบแย่…คิดว่าพวกท่านจะทะเลาะกันเองเสียแล้ว!”
ฉินจิ้นหัวเราะ “หาได้เป็นเช่นนั้น…อาอวี่เป็นลูกข้าทั้งคน อีกทั้งข้ายังไม่ทันได้ทำอะไรอาอวี่ก็ชิงยอมแพ้ไปเสียก่อน แล้วข้าจะทำเขาได้อย่างไร?”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “เสด็จพ่อช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงนะขอรับ!”
ทว่าหลินมู่อวี่รู้ดีว่ามีองครักษ์อวี้หลินอย่างต่ำห้าสิบคนที่รอรับคำสั่งอยู่โดยรอบบริเวณ หากฉินจิ้นออกคำสั่งเมื่อใด ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ขอบเขตนภาอย่างเขาก็คงไม่รอด เก่งกาจเพียงใดก็คงมิอาจสู้กำลังที่มากกว่า
ฉินจิ้นพลันเอ่ยถาม “อาอวี่ หากวันหนึ่งจักรวรรดิต้องการกองกำลังของเจ้า เจ้าจะทิ้งเราหรือไม่?”
หลินมู่อวี่ประสานกำปั้นคำนับ “ทหารรับจ้างมังกรผงาดนั้นเป็นกลุ่มที่ช่วยผดุงความยุติธรรม เหตุใดพวกเขาจึงจะไม่เข้าข้างฝั่งคุณธรรมเล่า?”
“อืม!”
ฉินจิ้นพยักหน้า “เจ้าพูดได้ดี…”
อันที่จริงฉิ