สี่วันต่อมา จักรพรรดิฉินจิ้นออกคำสั่งแต่งตั้งให้แม่ทัพพิทักษ์เมืองหมินยวี่หลินย้ายไปประจำตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัะพเขี้ยวกระบี่ที่มณฑลอวิ้นจงแทนซูฉิน ทำให้ตอนนี้กองกำลังทหารของอวิ้นจงกว่าครึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฉินจิ้น
เนื่องจากกองกำลังของเซี่ยงอวี้ถูกส่งมอบก่อนเนรเทศ ทหารหมื่นนายในมณฑลชางหนานจึงอยู่ใต้อำนาจของซีกงฝาน และเมื่อคำสั่งจากฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้บัญชาการแห่งกองทัพเขาเหินถูกเผยแพร่ กองกำลังทางทหารของทั้งมณฑลหลิงเป่ย อวิ้นจง รวมไปถึงชางหนานตกอยู่ใต้อาณัติของจักรพรรดิแห่งเมืองหลวง
อีกไม่กี่วันฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็จะกลับเมืองหลันเยี่ยนพร้อมกับกองกำลังเขาเหินหนึ่งพันคน พร้อมเหตุผลว่าถูกกลุ่มสำนักอัศวินซุ่มโจมตี กองทัพเขาเหินเสียกำลังคนและแตกพ่ายส่วนนักโทษเซี่ยงอวี้นั้นถูกธนูยิงตายคาที่ อย่างไรก็ตาม…หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิงและคนอีกจำนวนหนึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีใครหน้าไหนจากชางหนานกล้าโจมตีกองทัพเขาเหินได้อีก เว้นแต่เซี่ยงอวี้ที่รู้ความจริง…ทว่าเขาก็ได้ตายจากโลกนี้ไปเสียแล้ว
ชายผู้ได้ขึ้นชื่อว่าผู้สืบทอดและเทพสังหารเซี่ยงเหวินเทียน ทั้งยังเป็นผู้ถือครองพลังเก้าโกลาหลที่ยิ่งใหญ่ สิ้นใจตายท่ามกลางหุบเขาอันแห้งแล้ง…ช่างน่าอนาถใจจริง
…
หนึ่งเดือนต่อมา ฤดูหนาวอันทรหดได้พัดผ่านเมืองหลันเยี่ยนแปรเปลี่ยนเป็นฤดูแห่งการกำเนิดใหม่ที่เวียนกลับมาอีกครา
“มู่มู่!”
เสียงหัวเราะราวกระดิ่งของถังเสี่ยวซีด