ยามเช้าตรู่ แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วตำหนักเจ๋อเทียน หลินมู่อวี่ที่มาถึงอย่างรีบเร่งพบว่าเฟิงจี้สิง ฉินเหยียน ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ฉินอินและคนอื่นๆ มากันพร้อมหน้าแล้ว
ไกลออกไป รถคุมขังนักโทษก็เคลื่อนตัวออกจากตำหนักเจ๋อเทียนโดยมีทหารอวี้หลินหลายคนคอยคุ้มกันอยู่ ภายในกรงขัง…เซี่ยงอวี้ในชุดนักโทษถูกโซ่เหล็กมัดไว้อย่างแน่นหนา พร้อมกับเหล็กเส้นที่ปักอยู่บนอกทั้งสองข้างคอยสกัดพลังยุทธ์ไม่ให้ใช้วิชาได้ เซี่ยงอวี้ทำหน้าตาเย้ยหยันก่อนจะหันเปลี่ยนเป็นสีหน้ารังเกียจและโกรธแค้นเมื่อหันไปมองพวกหลินมู่อวี่ การที่อดีตผู้บัญชาการกองสารวัตรทหารจอมกบฏต้องมาลงเอยเช่นนี้ เป็นภาพที่น่าดูชมยิ่ง
…
หลินมู่อวี่ก้าวเข้าไปหาพลางเอ่ยเบาๆ “เซี่ยงอวี้ เราจะคอยส่งเจ้าจากตรงนี้เอง”
เซี่ยงอวี้แค่นเสียงหัวเราะ “หลินมู่อวี่…พวกพ้องของเจ้าก็เหมือนเสือล่าเหยื่อ คิดว่าจะเชื่อใจฉินจิ้นไปได้ตลอดอย่างนั้นรึ? ฮ่าๆๆ”
เฟิงจี้สิงมองอย่างเย็นชา “เงียบปาก! เป็นนักโทษอยู่แท้ๆ ยังจะกล้ากล่าววาจาสามหาวอีกอย่างนั้นรึ?”
“ฮ่าๆๆ”
เซี่ยงอวี้หัวเราะทั้งที่ร่างกายสั่นกลัว ใบหน้าซีดเผือดนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาหันมามองหลินมู่อวี่ด้วยสายตาเย็นชาพลางตะโกนลั่น “หลินมู่อวี่ เจ้าคิดว่าข้าลอบสังหารซูฉินจริงหรือ? พวกเจ้าถูกหลอก…ไอ้พวกโง่!”
หลินมู่อวี่ควบม้าเข้าไปใกล้ก่อนจะกล่าวอย่างไม่แยแส “แล้วเจ้ารู้อย่างนั้นรึว่าใครเป็นคนลอบสังหารซูฉินคืนนั้น?