” เซี่ยงอวี้ตอบ “คืนนั่นข้าอยู่ที่นั่นก็จริง แต่ซูฉินถูกสังหารตอนออกหาอาหารให้มังกรในป่า และข้าไม่ใช่คนลงมือ…เซี่ยงอวี้ผู้นี้สาบานเลยว่าข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่ข้ารู้และจดจำมันไว้ในหัวคือข้าไม่ได้ทำ จึงไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องยอมรับทั้งนั้น!”
“หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร?” หลินมู่อวี่ยิ้มถาม
เซี่ยงอวี้สบถด่า “ไอ้โง่หลินมู่อวี่! เจ้ามันโง่ยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก!”
ฉินอินเลิกคิ้วขึ้น “เซี่ยงอวี้ เจ้ากล้าตะคอกใส่ท่านพี่อย่างนั้นรึ? หรือการถูกเนรเทศไปมณฑลทงเทียนยังไม่เพียงพอ? ข้าเปลี่ยนใจเสด็จพ่อตอนนี้ยังทัน”
เซี่ยงอวี้มองฉินอินอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉินอิน ราชวงศ์ฉินของพวกเจ้านั้นเลวทราม เป็นราชวงศ์ทรยศ! ราชวงศ์ของพวกโจร!”
“หุบปาก!” หลินมู่อวี่ขู่เสียงต่ำ
เซี่ยงอวี้แสยะยิ้ม ก่อนจะรั้งข้อมือที่ถูกตรวนจนเลือดไหลพลางตะโกนลั่น “ยืมมือซูฉินฆ่าผู้ว่าการมณฑลหูเถี่ยหนิง ใช้ชื่อเซี่ยงอวี้ของข้าเพื่อกำจัดบุตรชายของหยุนกง แล้วสุดท้ายยังจะเอาการตายของมันมาขับไล่ข้าอีก! คิดจะยิงธนูดอกเดียวให้ได้นกสามตัวอย่างนั้นรึ…ไอ้พวกฆาตกร! โอ้ฉินจิ้นผู้ยิ่งใหญ่…จะมีผู้ใดในโลกนี้ที่มีอำนาจเหนือไปกว่าเจ้า? ยอมเสียทุกอย่างเพื่อปูทางให้ลูกสาวแสนรัก ข้าจะขอสาปแช่งให้เจ้าตายตกไปตามกัน ให้ดาบสะบั้นคอเจ้าตายเยี่ยงสุนัขไร้ค่า!”
เฟิงจี้สิงโมโหสุดขีด “หาผ้ามาอุดปากมันเสีย!”
“ขอรับ!”
สิ้งเสียงสั่งองครักษ์อวี้หลินสองคน