ก็รีบนำผ้ามาอุดปากเซี่ยงอวี้ไว้ทันที
หลินมู่อวี่กระชับกระบี่ยาวพลางควบม้าไปด้านข้างของรถคุมขังนักโทษด้วยสีหน้าสดใสและหัวใจพองโต หลินมู่อวี่พลันคิดถึงสิ่งที่ไม่ควร ใช่…ทุกคนต่างรู้ดีว่าโลกนี้โหดร้าย หากนี่เป็นอุบายของฉินจิ้นอย่างที่เซี่ยงอวี้ว่า หลินมู่อวี่ก็เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งแล้ว
…
กระทั่งออกจากเมืองหลวง ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนนำทัพกองกำลังเขาเหินหนึ่งพันคนพาเซี่ยงอวี้ไปมณฑลทงเทียนด้วยตนเอง จากระยะทางคงใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนในการเดินทางไปกลับ ฉินอิน ถังเสี่ยวซีและฉินเหยียนไม่ได้ออกจากเมืองมาด้วย ส่วนหลินมู่อวี่และเฟิงจี้สิงติดตามไปส่งไกลอีกหน่อยเนื่องจากฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนต้องเดินทางไกล
ในขณะที่เฟิงจี้สิงนำทัพกององครักษ์ หลินมู่อวี่ควบม้าเดินไปกับฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนที่อยู่ด้านหน้าสุดของขบวน “ท่านพี่ฉู่ไปมณฑลทงเทียนครานี้กว่าจะกลับคงอีกนานสินะขอรับ?”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพยักหน้า “อาอวี่ เจ้าอยู่ที่นี่ก็อย่าลืมดูแลอาเหยาและหมั่นไปพบปะนางบ้าง ข้าจะได้ไม่เป็นกังวลที่ต้องทิ้งนางอยู่เมืองหลวงผู้เดียว”
“ข้าทราบแล้วพี่ฉู่…ข้าจะไปพบนางบ่อยๆ”
“ขอบใจเจ้ามาก”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนพยักหน้าขอบคุณ ทว่าทันใดนั้นแววตาของเขาก็เปลี่ยนไป พลางกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำกับหลินมู่อวี้ “บางที…ข้าอาจไปไม่ไกลนัก และกลับเมืองหลันเยี่ยนภายในสี่ถึงห้าวัน”
หลินมู่อวี่เหมือนจะเข้าใจบางอย่าง ภายในใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
“อาอวี่ องค์จักรพรร