ดิมีรับสั่งให้ข้าไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักเจ๋อเทียนกลางดึกเมื่อคืน เจ้ามีไหวพริบคงพอเดาได้ว่าเรื่องอันใด เดิมทีพระองค์ทรงอยากให้เจ้ารับหน้าที่นี้ ทว่าทรงกังวลว่าเจ้าจะใจดีเกินเหตุ จึงเลือกผู้นำกองทัพเขาเหินคนใหม่อย่างข้าแทน”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเผยแววตาอันมุ่งมั่น “แต่ข้าไม่มีปัญหา คนที่เหมาะจะรับหน้าที่นี้ที่สุดก็คือข้า…ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้แสวงหาอำนาจมาทั้งชีวิต หากเจ้าได้ทำในสิ่งที่ฝืนใจ ต่อให้ได้รางวัลใดก็คงไม่คุ้มค่าเป็นแน่”
หลินมู่อวี่นิ่งเงียบ มองพื้นเบื้องล่างอย่างเลื่อนลอย
“อาอวี่!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนขึ้นเสียงเรียก “เจ้าได้ฟังสิ่งที่ข้าต้องการจะบอกหรือไม่?”
“อืม”
น้ำเสียงของหลินมู่อวี่สงบผิดปกติราวกับกำลังผิดหวัง “องค์จักรพรรดิคงสั่งให้ท่านพี่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนสังหารเซี่ยงอวี้ระหว่างทางหากข้าเดาไม่ผิด”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนทำหน้าประหลาดใจ “ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วเหตุใดจึงนิ่งสงบเช่นนี้?”
“สำคัญอันใดกับท่าทีของข้าเล่า?”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้ว “องค์จักรพรรดิมองข้าเป็นลูกชายผู้ซื่อสัตย์มาโดยตลอด ข้าคิดว่าเขาคงเชื่อใจข้าและยอมเล่าทุกอย่างแต่ดูเหมือน…ข้าไม่ได้รู้จักชายแก่ผู้นั้นเลยสักนิด ข้าไม่เข้าใจจริงๆ…”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนตบบ่าหลินมู่อวี่พลางกล่าว “พระองค์ทรงเป็นผู้อยู่เหนือคนทั้งปวง เป็นจักรพรรดิของดินแดนนี้ จึงไม่สามารถเผยความเมตตาเช่นผู้หญิงได้ สักวันเจ้าจะเข้าใจได้ด้วยตนเอง โลกนี้ช่างยุ่งเหยิงเต็มไปด้วย