ตลอดทั้งคืนมีข่าวลือแพร่สะพัดในเมืองหลันเยี่ยน ว่าแม่ทัพซูฉินแห่งเมืองหยาดสายัณห์ถูกลอบสังหารและเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทุกคนพูดถึงสิ่งนี้และเริ่มจับตามองเซี่ยงอวี้ผู้บัญชาการสารวัตรทหาร ซึ่งรู้กันดีว่าเขาเป็นผู้กระทำการอุกอาจมากที่สุด หากมีหลักฐานเพียงพอก็คงจะจับเขาได้ ทว่าทหารรักษาการณ์ในค่ายสารวัตรทหารต่างยืนยันว่าเซี่ยงอวี้มิได้ก้าวออกจากค่ายในคืนนั้น คำพูดพวกเขาน่าเชื่อถือ และแม้กระทั่งนำสุนัขมาดมกลิ่นพิสูจน์
…
ในช่วงเช้าตรู่ภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์เงียบสงบ
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืนอาการบาดเจ็บภายในของหลินมู่อวี่ก็ได้รับการรักษาไปกว่าครึ่ง เขาพลันเดินออกจากห้องและเดินตรงไปที่โรงอาหารของวิหาร คนทำอาหารเอ่ยถามหลินมู่อวี่อย่างเคารพ “ผู้ดูแลหลิน ต้องการผักหรือเนื้อเพิ่มหรือไม่ขอรับ?”
หลินมู่อวี่ยิ้มจางๆ “ไม่เป็นไร ข้าขอแบบทุกครั้ง”
“ขอรับ!”
ซุปผักหนึ่งถ้วย และซาลาเปาสองลูก นี่คืออาหารเช้าของหลินมู่อวี่ แม้จะเป็นอาหารที่เขากินตอนที่เป็นครูฝึกก็ตาม มันไม่สำคัญนัก หลินมู่อวี่หยิบอาหารขึ้นมา และกราดตามองทั่วบริเวณ ในที่สุดก็เดินไปนั่งที่โต๊ะไม้ผุผังที่มุมห้อง โต๊ะตัวนี้ถูกแมลงกัดกินจนขาโต๊ะทรุด ผู้ที่นั่งตรงข้ามคือครูฝึกดาวสีทองแดง ‘ฉินจื่อหลิง’ ซึ่งห่างหายไปเป็นเวลานาน
“จื่อหลิง ไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ” หลินมู่อวี่ทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส
ฉินจื่อหลิงผงะก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพ “ผู้ดูแลหลินมู่