อมก่อนเถิด!”
ฉินจื่อหลิงประสานมือกล่าว “ขอรับผู้ดูแลเกอหยาง”
หลังจากฉินจื่อหลิงจากไป เกอหยางก็มองตรงเข้าไปในตาของหลินมู่อวี่ “ตามตรอกซอกซอยต่างมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่ง นักฆ่าลอบสังหารแม่ทัพซูฉินที่โรงเตี๊ยมแห่งจักรวรรดิ ทว่าล้มเหลวเนื่องจากถูกขัดขวางจากจอมยุทธ์ผู้หนึ่ง อาอวี่…มีบางคนกล่าวว่าพวกเขาเห็นจอมยุทธ์ผู้นั้นถือโล่น้ำเต้าทองต่อสู้อยู่กลางอากาศ เหตุการณ์คืนนั้น…เกี่ยวข้องกับเจ้าใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่ถูจมูกและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เป็นไปตามที่ผู้ดูแลเกอหยางกล่าวขอรับ ข้าอยู่ที่นั่น กระนั้นซูฉินเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
เกอหยางตอบกลับ “กล่าวกันว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าไม่รู้สถานการณ์ในตอนนี้มาก…ทว่ามู่หยุนกงโกรธมากและจะนำทหารออกจากเมืองหลันเยี่ยนเช้านี้ อีกทั้งข้าได้ยินมาว่าเฟิงจี้สิงจะนำกองทัพองครักษ์ห้าพันนายไปคุ้มกัน!”
“เป็นเช่นนี้เอง…”
“อาอวี่บอกข้ามาตามตรง ผู้ที่ลอบสังหารซูฉินเมื่อคืนเป็นผู้บัญชาการเซี่ยงอวี้ใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่ยิ้มจางๆ “ในเมื่อผู้ดูแลเกอหยางสามารถเดามันได้ เหตุใดจึงถามข้าอีก”
“ข้าเพียงต้องการให้เจ้ายืนยันมัน”
“หากข้ายืนยันมัน ตราบใดที่เซี่ยงอวี้ปฏิเสธ มันก็จะเป็นเพียงคำพูดของข้าฝ่ายเดียว ดังนั้นข้าจึงไม่ต้องการพูดสิ่งใดอีก ท่านปู่เกอหยางคิดอย่างไรขอรับ?”
เกอหยางยิ้มและตบไหล่เขา “อาอวี่ เจ้าเป็นคนฉลาดและรอบคอบ ไปกันเถิด วันนี้เป็นวันแรกขอ