ก์ของผู้นำแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนกำลังรอบางสิ่งอย่างใจจดใจจ่อซึ่งทำให้หัวใจหลินมู่อวี่เต้นแรง นี่ดูไม่เหมือนการต้อนรับครูฝึก แต่เป็นพิธีการมากกว่า
ทว่านี่จะเป็นพิธีการอะไร?
ขณะเดียวกันเหล่ยหงพลันลุกขึ้นยืนและหัวเราะเสียงดัง “อย่างที่เราทราบกันดี ว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์มีสาขาอยู่ในทุกมณฑล และสาขาเมืองหลวงคือสาขาหลัก มีผู้ดูแลอาวุโสสองคนจากผู้ดูแลทั้งสิบสองคน ผู้ดูแลอาวุโสอีกคนออกไปท่องยุทธภพและหายไป ในบรรดาผู้ดูแลทั้งสิบสอง แปดคนกระจายออกไปดูแลสาขาวิหารศักดิ์สิทธิ์ในมณฑลหลักต่างๆ สำนักงานใหญ่ในเมืองหลวงมีเพียงแห่งเดียว ผู้ดูแลสี่คนจึงเพียงพอ ผู้ดูแลเจิ้งฟางลาออกเนื่องจากทะเลปราณแตกสลาย ทำให้ผู้ดูแลของวิหารขาดไปหนึ่งคน ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจแต่งตั้งหลินมู่อวี่ขึ้นเป็นหนึ่งในสี่ผู้ดูแลของวิหารศักดิ์สิทธิ์จากนี้เป็นต้นไป!”
หลินมู่อวี่ตกตะลึง “ผู้ดูแลอาวุโส ข้ามีเวลาไม่มากในวันธรรมดา ซึ่งมัน…จะดีหรือขอรับ?”
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไร”
เหล่ยหงตบไหล่หลินมู่อวี่พร้อมหัวเราะ “นับจากนี้ไปหลินมู่อวี่มิใช่ครูฝึกระดับดาวสีทองอีกแล้ว แต่เป็นหนึ่งในสี่ผู้ดูแลวิหารศักดิ์สิทธิ์ หน้าที่หลักคือสอนครูฝึกในเรื่องทักษะการต่อสู้ต่างๆ เจ้าจะขัดข้องหรือไม่?”
ในฐานะครูฝึก ฉินเหยียนประสานมือทันทีและกล่าวว่า “ความแข็งแกร่งของพี่หลินมู่อวี่นั้นสูงกว่าพี่ฉินเหลย ซึ่งสามารถเอาชนะโซ่เทวะระดับหนึ่งได้ด้วยวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าระ